รอยเตอร์รายงานว่า “ญี่ปุ่น” ได้ดึงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในส่วนของหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐออกมาใช้เพื่อเป็นทุนในการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา
ข้อมูลทุนสำรองระหว่างประเทศที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (5มิ.ย.) ระบุว่า ยอดการถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ สิ้นเดือนพ.ค. ลดลงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. ซึ่งตัวเลขที่ลดลงนี้สอดคล้องกับขนาดเม็ดเงินที่ญี่ปุ่นใช้แทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อเร็วๆ นี้
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงการคลังเพิ่งยืนยันว่า ยอดเงินที่ใช้แทรกแซงตลาดในรอบเดือน สิ้นสุดวันที่ 28 พ.ค.พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 11.73 ล้านล้านเยน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังได้แถลงสรุปรายงานนี้โดยยอมรับว่า การเข้าแทรกแซงค่าเงินเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้สินทรัพย์ต่างประเทศลดลงอย่างมาก และถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดทุบสถิติเท่าที่เคยมีมา
‘สหรัฐ’ หวั่นกระทบเสถียรภาพตลาดบอนด์
การขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อนำเงินมาแทรกแซงค่าเงินเช่นนี้ อาจสร้างความอึดอัดใจให้แก่สหรัฐ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรรัฐบาลเป็นอย่างมาก
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐได้เคยเตือนคู่เจรจาฝั่งญี่ปุ่นว่า ความผันผวนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐมีความกังวลเกี่ยวกับการที่ผู้ถือครองรายใหญ่ในต่างประเทศจะเทขายพันธบัตรออกมาปริมาณมาก
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเองก็เคยกล่าวในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ที่กรุงปารีสเมื่อเดือนที่แล้วว่า ทางการญี่ปุ่นตระหนักดีถึงความเสี่ยงของการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถือครองอยู่ เพราะการเทขายอาจไปดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสุดท้ายจะย้อนกลับมาทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปอีกในทางที่ไม่เป็นผลดี
อย่างไรก็ตาม “โคอิจิ ฟูจิชิโร” นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ มองมุมกลับว่า “ในเมื่อญี่ปุ่นได้ลงมือแทรกแซงไปแล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่จะตีความได้ว่า วอชิงตันยินดีที่จะยอมรับความเสี่ยงบางส่วนจากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้น”
แกะรอยพอร์ตญี่ปุ่น คาดถือบอนด์สหรัฐ 70%
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า เงินทุนสำรองระหว่างประเทศโดยรวมของญี่ปุ่นลดลงเหลือ 1.09 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนพ.ค.ซึ่งตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นยังมีกระสุนในมืออีกมากหากจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้ง
ขณะที่เงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนอีกส่วนที่นำมาใช้แทรกแซงได้ ยังคงนิ่งอยู่ที่ประมาณ 1.62 แสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ การที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงจากสิ้นเดือนเม.ย.ยังชี้ให้เห็นว่า มูลค่าสินทรัพย์ต่างประเทศที่ลดลงไปส่วนหนึ่ง น่าจะเกิดจากการลดลงของมูลค่าตามราคาตลาด ของพันธบัตรสหรัฐที่ญี่ปุ่นถือครองอยู่ด้วย
แม้ข้อมูลเมื่อวันศุกร์จะไม่ได้แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทหรืออายุของพันธบัตรที่ญี่ปุ่นถืออยู่ แต่ผู้เล่นในตลาดคาดการณ์ว่า เงินทุนสำรองต่างประเทศของญี่ปุ่นราว 70% ถูกนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
นอกจากนี้ ข้อมูลการฝากสินทรัพย์ต่างประเทศของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ชี้ชัดว่า ญี่ปุ่นน่าจะมีการขายหลักทรัพย์ของสหรัฐออกมาจริงเพื่อนำเงินไปไล่ซื้อเงินเยนคืนในช่วงที่ผ่านมา

