‘ทรัมป์’ จ่อทุ่ม 700 ล้านดอลล์ ดึงเงินจาก DPA และกระทรวงพลังงานดันพลังงาน ‘ฟอสซิล’
ฟื้นโรงไฟฟ้า-ท่าเรือส่งออกถ่านหิน สร้างความมั่นคงพลังงานรับการเติบโต Data Center
รอยเตอร์รายงานว่าประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐเตรียมประกาศแผนการใหญ่ในการใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมายยุคสงครามเย็น เพื่อจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลกลางมูลค่ารวมกว่า 700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.4 หมื่นล้านบาทในการสนับสนุนอุตสาหกรรมถ่านหินของประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าและการขยายช่องทางการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลไปยังต่างประเทศ
แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์จะทำการแถลงข่าวนโยบาย "ถ่านหินที่สะอาดและสวยงาม" นี้อย่างเป็นทางการในวันนี้ (4 มิ.ย.) โดยได้เชิญกลุ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้ว่าการรัฐจากพื้นที่ที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรถ่านหิน เช่น รัฐไวโอมิงและรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้
แบ่งงบ 700 ล้านดอลล์ 3 ก้อน
สำหรับงบประมาณก้อนนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ภายใต้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศปี 1950 (DPA) และงบหนุนเสริมจากกระทรวงพลังงาน ดังนี้
ก้อนแรกมูลค่ารวม 425 ล้านดอลลาร์สำหรับใช้ปรับปรุงและพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมที่มีอยู่แล้ว 13 แห่งในหลายรัฐ เช่น เวสต์เวอร์จิเนีย เคนตักกี้ นอร์ทแคโรไลนา อินเดียนา เทนเนสซี อาร์คันซอ แอริโซนา โอคลาโฮมา นอร์ทดาโคตา และวิสคอนซิน
ก้อนที่ 2 มูลค่า 185 ล้านดอลลาร์ เงินช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงาน เพื่อสนับสนุนบริษัทเอกชนในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เพิ่มอีก 2 แห่งในรัฐอะแลสกาและเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งนับเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ครั้งแรกของสหรัฐนับตั้งแต่ปี 2013
บริษัทที่ได้รับทุนจะต้องควักเงินตัวเองสมทบในจำนวนที่เท่ากัน ทำให้ยอดลงทุนรวมในส่วนนี้อยู่ที่ 386 ล้านดอลลาร์
ก้อนสุดท้าย มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ เงินทุนจาก DPA สำหรับพัฒนาโครงการท่าเรือส่งออก "เวสต์เกตเวย์" (West Gateway) ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งถ่านหินจากรัฐฝั่งตะวันตกออกสู่ตลาดโลกได้สูงถึง 12 ล้านตันต่อปี โดยมีบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่หลายรายได้รับผลประโยชน์
สหรัฐมุ่งเสริม ‘มั่นคงพลังงาน’ รับ Data center
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "การครองความเป็นใหญ่ด้านพลังงานของอเมริกา" ในการดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 ของทรัมป์
ที่ผ่านมาทำเนียบขาวได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเปิดทำการต่อแม้จะถึงกำหนดปิด และเปิดพื้นที่ป่าของรัฐให้เช่าทำเหมืองเพิ่ม
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังให้เหตุผลว่า พลังงานจากถ่านหินมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากประเทศจำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้ามหาศาลเพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูล AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดย คิท เคนเนดี จากสภาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ (NRDC) โจมตีว่า รัฐบาลกำลังนำเงินภาษีประชาชนไปอุ้มกลุ่มทุนถ่านหินและยืดอายุเชื้อเพลิงที่ก่อมลพิษทำให้โลกร้อน แทนที่จะนำเงินไปสนับสนุนพลังงานสะอาดที่คุ้มค่ากว่า
นอกจากนี้ยังกังวลว่าการสร้างท่าเรือขนส่งถ่านหินในแคลิฟอร์เนียจะปล่อยฝุ่นละอองจากรถไฟบรรทุกสินค้าสร้างมลพิษแก่ชุมชนท้องถิ่น ทั้งที่ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสหรัฐได้ลดลงจากในอดีตที่เคยสูงเกินครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงราว 17% เท่านั้น เนื่องจากถูกแทนที่ด้วยก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนที่ราคาถูกกว่า

