วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

'อินเดีย-เมียนมา' ถกเร่งโครงการทางหลวงไตรภาคีเชื่อม 'ไทย' หวังกระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ

'อินเดีย-เมียนมา' ถกเร่งโครงการทางหลวงไตรภาคีเชื่อม 'ไทย' หวังกระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ

อินเดียและเมียนมาตกลงเร่งเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หลังนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ให้การต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ในการเยือนต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ภายหลังการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

นายวิกรม มิสรี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงนิวเดลีเมื่อวันจันทร์ว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะเร่งรัดโครงการ "ทางหลวงสามฝ่ายอินเดีย-เมียนมา-ไทย" แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จที่ชัดเจน

ทางหลวงสายนี้มีระยะทางราว 1,400 กิโลเมตร เชื่อมรัฐมณีปุระทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเข้ากับไทยโดยผ่านเมียนมา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการเชื่อมโยงระหว่างอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในเมียนมา

นายมิสรีระบุว่า ปัญหาด้านความมั่นคงในเมียนมายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อโครงการ

ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญร่วมกันด้วย

'อินเดีย-เมียนมา' ถกเร่งโครงการทางหลวงไตรภาคีเชื่อม 'ไทย' หวังกระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ

อดีตเอกอัครราชทูตอินเดียประจำเมียนมาให้ความเห็นว่า การเข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุเมียนมาอาจเป็นความท้าทายสำหรับอินเดีย เนื่องจากแหล่งแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยึดครอง มากกว่าจะอยู่ในเขตที่รัฐบาลกลางควบคุม

ด้านพลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ซึ่งถูกสหรัฐและชาติตะวันตกคว่ำบาตรจากการก่อรัฐประหารเมื่อปี 2564 เลือกอินเดียเป็นจุดหมายการเยือนต่างประเทศแห่งแรก ซึ่งสื่อท้องถิ่นมองว่าเป็น "สัญญาณเชิงยุทธศาสตร์"

'เมียนมา' เยือน 'อิเดีย' ถ่วงดุล 'จีน'

ทั้งนี้ เมียนมาพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและจีน สองชาติที่มีประชากรมากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก โดยปัจจุบันจีนมีบทบาทสูงในการเมืองเมียนมา ขณะที่เมียนมาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่และเป็นซัพพลายเออร์สำคัญให้แก่จีน แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอินเดียจะตึงเครียดหลังการรัฐประหาร แต่นิวเดลีเริ่มมองเห็นโอกาสขยายการค้าและการลงทุนกับเมียนมาอีกครั้ง

ในการเยือนครั้งนี้ ประธานาธิบดีเมียนมานำคณะผู้แทนระดับสูงทั้งรัฐมนตรีและผู้นำภาคธุรกิจเข้าร่วมการประชุมทางธุรกิจด้วย ภายหลังเมียนมาตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวจากนานาชาติมานานราว 5 ปี นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี เมื่อปี 2564

บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย กำลังแสวงหาการยอมรับจากนานาชาติ หลังการเลือกตั้งที่สั่งห้ามพรรคฝ่ายค้านหลักเข้าร่วม

พลเอกอาวุโสฯ เชิญชวนนักลงทุนอินเดียเข้ามาลงทุนในเมียนมา รวมถึงโครงการ Yadanabon Cyber City พร้อมให้การรับรองถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังระบุว่า โครงการขนส่งกัลดาน (Kaladan) และทางหลวงสามฝ่าย จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและเปิดระเบียงเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย

ทั้งนี้ ก่อนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีโมดี มิน ออง หล่าย ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย และเดินทางไปสักการะมหาวิหารโพธิที่พุทธคยา โดยมีกำหนดเดินทางต่อไปยังเมืองมุมไบในวันนี้ เพื่อหารือกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ

อ้างอิง: Bloomberg