วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ออสเตรเลีย' ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% ช่วยวิกฤติค่าครองชีพประชาชน

'ออสเตรเลีย' ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% ช่วยวิกฤติค่าครองชีพประชาชน

คณะกรรมการตัดสินการปรับขึ้นค่าแรงออสเตรเลีย ประกาศปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของธนาคารกลางออสเตรเลียเพียงเล็กน้อย เนื่องจากความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่จะอยู่ที่ 1,004.90 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (719.90 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อสัปดาห์ หรือ 26.44 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้ ตามการตัดสินวันนี้โดย นายอดัม แฮตเชอร์ ประธานคณะกรรมาธิการธรรมภิบาลการทำงาน (Fair Work Commission)

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมิ.ย. 2569 จะอยู่ที่ 4.8% และระบุว่าการปรับขึ้นค่าจ้างมากกว่า 5% เป็นสิ่งที่จำเป็นในการปิดช่องว่างค่าจ้างที่แท้จริงในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม นายแฮตเชอร์กล่าวเสริมว่า "เราได้ข้อสรุปที่น่าเสียดายว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน การมอบค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจริงให้แก่พนักงานเพื่อให้ครอบคลุมช่องว่างค่าจ้างที่แท้จริงทั้งหมดนั้น (หมายถึงการขึ้นมากกว่า 5%) เป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้ยากหรืออาจขาดความรับผิดชอบ"

ทางด้านสมาคมร้านอาหารและคาเฟ่ของออสเตรเลียระบุว่า การปรับขึ้นดังกล่าว "ขาดความสมดุลระหว่างความต้องการของภาคธุรกิจและพนักงานอย่างน่าอันตราย"

ทั้งนี้ การทบทวนประจำปีดำเนินการโดยคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปีงบประมาณ โดยพิจารณาจากข้อเสนอของกลุ่มนายจ้าง สหภาพแรงงาน และรัฐบาล ซึ่งการตัดสินใจเมื่อวันอังคารจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานเกือบ 2.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.1% ของกำลังแรงงานทั้งหมด นายแฮตเชอร์กล่าว

นายแฮตเชอร์ระบุว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียเผชิญกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มีอยู่เดิม การคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างแน่นอนในปีข้างหน้า

ขณะที่นายไรอัน เวลส์ นักเศรษฐศาสตร์จาก Westpac Banking Corp. ให้ความเห็นว่า "ในแง่ที่การตัดสินใจในวันนี้กลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการกำหนดค่าจ้างทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ จึงมีความเสี่ยงที่การคาดการณ์เงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งจะทำให้การทำงานของธนาคารกลางยากลำบากขึ้น"

อย่างไรก็ตาม เขาคาดว่าการผ่อนคลายอย่างค่อยเป็นค่อยไปในตลาดแรงงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้

อัตราการว่างงานของออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่งในเดือนเม.ย. ซึ่งตอกย้ำสัญญาณที่ว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงภายใต้ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและวิกฤตพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน

ทางด้านธนาคารกลาง ซึ่งเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในเดือนพ.ค. เพื่อยับยั้งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่รุนแรง เคยคาดการณ์ไว้ว่าอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ในช่วงกลางปี 2570 เท่านั้น

ท้ายที่สุด นางแซลลี แมคมานัส เลขาธิการสภาสหภาพแรงงานแห่งออสเตรเลีย แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจเรื่องค่าจ้างในวันนี้ โดยระบุว่าภาคธุรกิจสามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นนี้ได้

"นั่นหมายความว่าพนักงานที่มีรายได้น้อยกำลังจะได้รับการบรรเทาทุกข์ เพื่อช่วยให้พวกเขารับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการตัดลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น อาหารหรือการไปพบแพทย์" และกล่าวเสริมว่า "นอกจากนี้ยังจะเป็นเกราะป้องกันผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากสงครามทรัมป์ หากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ลากยาวไปตลอดทั้งปี"

อ้างอิง: Bloomberg