เงินบาทแข็งค่าท้ายสัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 5
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ รับข่าวบวกเกี่ยวกับดีลข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกท่ามกลางความหวังว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาทยอยอ่อนค่าลงในระหว่างสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกปรับตัวขึ้นรับรายงานข่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายที่ฐานยิงขีปนาวุธในภาคใต้ของอิหร่านและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ประกอบกับยังคงมีสัญญาณที่ไม่ตรงกันจากฝั่งสหรัฐฯ และอิหร่านในเรื่องเกี่ยวกับดีลข้อตกลงสันติภาพ
เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับ MOU ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินหน้าหารือรายละเอียดของประเด็นสำคัญ
อาทิ การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โครงการนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าลง หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE/Core PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นตามคาด ด้วยเช่นกัน
• ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 531 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 16,771 ล้านบาท
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-5 มิ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.80-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ISM/PMI ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนเม.ย. รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงจานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์
SET Index ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ (เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค.) รวมถึงตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย. ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งนี้ ปัจจัยบวกดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังมีแรงหนุนต่อเนื่องจากกระแส AI และ Data Center
อย่างไรก็ดี หลังจากดีดตัวขึ้นจนไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 1 เดือนที่ 1,581.74 จุดช่วงกลางสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลังดีดตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับพอร์ตตาม MSCI Rebalance ในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงอีก 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านก็ตาม
• ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,568.37 จุด เพิ่มขึ้น 1.93% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 68,816.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.25% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.08% มาปิดที่ระดับ 214.21 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (1-5 มิ.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,580 และ 1,600 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ค. รวมถึงจานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน

