วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569

Login
Login

ส่อง THAIFEX 2026 ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

ส่องงาน THAIFEX 2026 ออสเตรเลียขนทัพธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมบุกตลาดไทย ซึ่ง ‘อาหาร’ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ความสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

ถ้าพูดถึงออสเตรเลีย คนไทยหลายคนทราบดีว่าไทย-ออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันในหลายด้านมาอย่างยาวนาน นอกจากด้านการศึกษา และการท่องเที่ยวแล้ว ในด้านการค้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ล้วนเป็นที่ยอมรับว่ามีคุณภาพระดับพรีเมียม งาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ออสเตรเลียจึงไม่พลาด นำทัพธุรกิจอาหารร่วมงานหลายสิบรายการ อาทิ เนื้อวัว และเนื้อแกะที่คนไทยนิยม ผลิตภัณฑ์นม ข้าวโอ๊ต น้ำผึ้ง ไวน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากหลายรัฐในออสเตรเลีย เช่น รัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

คริส พิกตัน รัฐมนตรีด้านการพัฒนารัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางแรกสำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ กับต่างประเทศ และประจวบเหมาะกับช่วงที่มีการจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการนำคณะผู้แทนธุรกิจอาหารของเซาท์ออสเตรเลียราว 10 บริษัทมาร่วมงานนี้ เพื่อขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น เช่นเดียวกับรัฐอื่นๆ

“แม้มีบางบริษัทออสเตรเลียที่ทำธุรกิจกับไทยอยู่แล้ว แต่รัฐบาลเซาท์ออสเตรเลียเองต้องการผลักดันผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากการผลิตในสภาพแวดล้อมที่สะอาด คุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล เข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้น” พิกตัน กล่าว

ด้านแคทเธอรีน แกลลาเกอร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด) กล่าวว่า งาน THAIFEX ช่วยให้ผู้ส่งออกชาวออสเตรเลียได้รับโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ และพูดคุยกับคู่ค้าในประเทศไทย รวมถึงพบปะกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายทั้งในไทยและประเทศอื่นๆ

“ออสเตรเลียต้องการให้ทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ปัจจุบันคิดอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกันเป็นศูนย์ ในขณะที่ออสเตรเลียนำเข้าข้าวและสินค้าแปรรูปจากไทย ออสเตรเลียก็ต้องการส่งออกเนื้อแกะ ถั่ว เนื้อวัว ผักผลไม้สด และชีสมายังไทยมากขึ้นด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นความสัมพันธ์แบบที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” แกลลาเกอร์กล่าว

และเสริมว่า นับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ในปี 2005 มูลค่าการค้าสองทางได้เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า เป็น 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (เฉพาะในส่วนของสินค้า) ขณะเดียวกันสินค้าจากไทยก็ได้รับความนิยมอย่างมากในออสเตรเลีย ได้แก่ อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน ก๋วยเตี๋ยวไทยสำเร็จรูป ฯลฯ ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

 

เมื่อถามถึงสถานการณ์การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียท่ามกลางความปั่นป่วนทั่วโลก แกลลาเกอร์ยืนยันว่า แม้สถานการณ์โลกจะมีความไม่แน่นอน แต่การค้าระหว่างสองประเทศยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากมีลักษณะการค้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งการค้าสินค้าระดับพรีเมียมของออสเตรเลีย เช่น ไวน์ เนื้อวัว เนื้อแกะ และผักผลไม้สด ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีความต้องการจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตพบว่ายอดขายและการบริโภคยังคงคึกคัก ไม่เห็นสัญญาณของการจำหน่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านพิกตัน เสริมว่า มูลค่าการค้าและการส่งออกระหว่างเซาท์ออสเตรเลียและไทยก็เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งคือ ทองแดง ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ สินค้าอันดับสองคือ ไวน์ จากภูมิภาคต่าง ๆ เช่น บารอสซา วัลเลย์ และแม็กลอเรน ซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมสูงสุดในไทย นอกจากนี้ ภาคส่วนอาหารก็กำลังเติบโตและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญเช่นกัน

ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

ส่วนวัตถุดิบขึ้นชื่อที่ออสเตรเลียอยากนำเสนอเป็นพิเศษในปีนี้ ได้แก่ อัลมอนด์ บางคนอาจจะรู้จักอัลมอนด์ออสเตรเลียผ่านการดื่มนมอัลมอนด์ ทว่า อัลมอนด์ออสเตรเลียไม่ได้มีดีแค่แปรรูปเป็นนมเท่านั้น แต่สามารถนำไปปรุงใหม่ หรือรับประทานร่วมกับอาหารได้หลากหลาย รวมถึงอาหารไทย

เชฟโพห์ ลิง เยียว ทูตอัลมอนด์ออสเตรเลียและเชฟชื่อดัง กล่าวว่าอัลมอนด์ออสเตรเลียมีความพิเศษเนื่องจากปลูกในสภาพแวดล้อมที่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโต ทำให้อัลมอนด์มีรสชาติที่เข้มข้นแต่ยังมีความละมุนกลมกล่อม

เมื่อให้แนะนำการนำอัลมอนด์ปรุงกับอาหารไทยเชฟโพห์บอกว่า สำหรับประเทศไทย เธอนึกถึงอาหารสตรีทฟู้ดที่มีรสชาติจัดจ้านและมีสีสัน ในขณะที่อัลมอนด์มีคุณสมบัติที่หลากหลายตามวิธีการปรุง เช่น หากไม่คั่วจะมีเนื้อสัมผัสที่ละมุนเหมือนนม แต่ถ้านำไปคั่วจะมีรสถั่วที่เข้มข้นและจัดจ้าน ซึ่งวิธีที่สองจะเข้ากันได้ดีกับรสชาติที่จัดจ้านของอาหารในไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เชฟโพห์ยังได้นำเสนอไอเดียการใช้อัลมอนด์ในอาหารไทย เช่น ใช้โรยหน้าอาหารประเภทยำ แทนข้าวคั่ว เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ หรือสามารถโรยหน้าขนมหวานขึ้นชื่ออย่างข้าวเหนียวมะม่วง ก็เป็นส่วนผสมที่เชฟว่าน่าจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี

อีกวัตถุดิบที่คนไทยบางคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ออสเตรเลียอยากให้คนไทยได้ลิ้มรสกันมากขึ้นก็คือ เนื้อแกะ

ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’ ภาพจาก Aussie Beef and Lamb

เชฟยาคุป ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ ทูตเนื้อแกะออสเตรเลียบอกว่า เนื้อแกะของออสเตรเลียเป็นเนื้อแกะที่มีกลิ่นน้อย แม้คนที่ไม่ชอบกลิ่นก็สามารถทานได้ เพราะการผลิตเนื้อแกะใส่ใจตั้งแต่ระบบการเลี้ยง การมีอาหารที่ดี สภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่เหมาะสม ส่งผลให้แกะอารมณ์ดีและทำให้รสชาติเนื้อแกะมีคุณภาพ และมีกลิ่นน้อย

หากคนไทยสนใจอยากนำเนื้อแกะไปทำอาหารทานเองที่บ้านก็สามารถเริ่มต้นทำได้ง่ายๆ เช่น นำเนื้อแกะสไลด์ทำเมนูชาบูหรือเมนูย่าง เหมือนรับประทานหมูกระทะ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดสไตล์ไทยก็เข้ากันได้ดีมาก

นอกจากนี้ยังมีโยเกิร์ตพรีเมียมจากเมืองเมอร์รีย์บริดจ์ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย ที่เคยได้รับผลตอบแทนอย่างล้นหลามจากการเข้าร่วมงาน Thaifex ครั้งก่อนด้วย 

ส่อง THAIFEX 2026  ‘อาหาร’ เชื่อมสัมพันธ์ ‘ไทย-ออสเตรเลีย’

แบรนดอน เรโนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการแบรนด์เดอะโยเกิร์ตชอป (The Yoghurt Shop) เล่าว่า โยเกิร์ตของตนมีกรรมวิธีผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้วิธีการกรองด้วยมือและดึงน้ำออกถึง 50% ทำให้ได้เนื้อโยเกิร์ตที่เข้มข้น หนาแน่น และนุ่มละมุนเป็นพิเศษ แม้คว่ำก็ไม่หกออกจากถ้วย

หลังจากเปิดตัวแบรนด์โยเกิร์ตในไทยผ่านงาน Thaifex ครั้งก่อน ยอดขายในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 280% ในเวลาเพียง 12 เดือน และได้วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่ง เรโนลด์บอกว่า แม้แบรนด์เดอะโยเกิร์ตชอปจะมีราคาสูงกว่าแบรนด์โยเกิร์ตทั่วไป แต่ได้รับความนิยมสูงเพราะผู้บริโภคชาวไทยให้คุณค่ากับความแตกต่างและคุณภาพของสินค้าจากออสเตรเลีย

ด้านเชฟโพห์ ย้ำว่า อาหารเปรียบเสมือนคือเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภคทุกวัน ผู้คนมีความหลงใหลในรสชาติอาหาร แม้แต่คนที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศ อาหารหรือผลิตภัณฑ์จากบ้านเกิดของพวกเขาในต่างแดนยังคงเป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมโยงพวกเขากับบ้านเกิดได้ดีที่สุด

อาหารจึงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของประเทศต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ งาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 จะเปิดรอบจำหน่ายสินค้าปลีกให้กับประชาชนทั่วไปในวันที่ 30 พ.ค. 2569 นี้