วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแรงสุดในรอบ 3 ปี จับตากดดันประชุมเฟด มิ.ย. นี้

เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแรงสุดในรอบ 3 ปี  จับตากดดันประชุมเฟด มิ.ย. นี้

สหรัฐเปิดเผยดัชนีเงินเฟ้อล่าสุดเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นมากสุดในรอบ 3 ปี หลังราคาพลังงานพุ่งจากสงครามอิหร่าน จับตาประชุมเฟดมิ.ย. นี้ อาจคงดอกเบี้ยยาวถึงปีหน้า

สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดในวันนี้ว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในเดือนเม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023 และเพิ่มขึ้นจากที่ขยายตัว 3.5% ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา

เงินเฟ้อสหรัฐในเดือนที่แล้วเร่งตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปี จากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสงครามอิหร่าน ตอกย้ำมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจ "คงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปีหน้า"

นักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดยรอยเตอร์สคาดว่าเงินเฟ้อ PCE จะเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ดัชนี PCE รายเดือนเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. หลังพุ่งขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาพลังงานทั่วโลกให้สูงขึ้น พร้อมสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และทำให้เกิดการขาดแคลนสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งปุ๋ย อะลูมิเนียม และสินค้าอุปโภคบริโภค

ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศสหรัฐพุ่งขึ้น 12.3% ในเดือนเม.ย. และเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

นอกเหนือจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผู้บริโภคยังต้องเผชิญกับราคาสินค้าและบริการอื่นที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยเงินเฟ้อของสหรัฐ "อยู่ในระดับสูงอยู่แล้วก่อนเกิดสงคราม" ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อเงินเฟ้อเร่งตัว ชาวอเมริกันเริ่มไม่พอใจกับการบริหารเศรษฐกิจของทรัมป์มากขึ้น ผลสำรวจความคิดเห็นโดยรอยเตอร์ส/อิปซอส เมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ "ลดลงใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว" โดยหลักๆ มาจากคะแนนสนับสนุนในกลุ่มรีพับลิกันที่ลดลง และราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นกำลังกลายเป็นความเสี่ยงในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย. นี้

หากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี Core PCE เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนมี.ค. ขณะที่ Core PCE รายเดือนเพิ่มขึ้น 0.2% หลังเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ เฟดใช้ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดหลักสำหรับเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% โดยตลาดการเงินคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 3.50%-3.75% ไปจนถึงปี 2027

รายงานการประชุมเฟดวันที่ 28-29 เมษายน ซึ่งเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังสะท้อนว่า ผู้กำหนดนโยบายจำนวนมากขึ้นเริ่มเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ที่อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง