ตะวันออกกลางดันราคาอะลูมิเนียมพุ่งทุบสถิติ! ทุบค่ายรถญี่ปุ่นกำไรหด ซัปพลายโลกหาย 10% ลากยาวยันปี 2027 บีบค่ายรถญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์กำไร ‘โตโยต้า-นิสสัน’ กำไรวูบเฉียดล้านล้านเยน
สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า วิกฤติการขาดแคลนอะลูมิเนียมจากภูมิภาคตะวันออกกลาง คาดว่าจะดันให้ราคาซื้อขายในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 ส่งผลให้ผู้ซื้อรายใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ “ญี่ปุ่น” ต้องเผชิญความกดดันอย่างหนัก ทั้งต้นทุนที่แพงขึ้น และภาวะขาดแคลนโลหะ
ตะวันออกกลางฉุด ‘กำลังการผลิต’ ซัปพลายหาย 10%
เมื่อช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดทำให้การขนส่งถูกจำกัด ทำให้ราคาอะลูมิเนียมในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง ตอนนี้ราคาสัญญาซื้อขายอะลูมิเนียมล่วงหน้าในลอนดอนทะลุ 3,600 ดอลลาร์ต่อเมตริกตันไปแล้ว จากเดิมที่อยู่ต่ำกว่า 3,200 ดอลลาร์ก่อนวิกฤติตะวันออกกลาง
ตะวันออกกลางถือเป็นแหล่งผลิตอะลูมิเนียมคิดเป็น 20% ของโลก หากไม่นับรวมจีนที่ผลิตเพื่อใช้เองในประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้นกับโรงงานผลิตหลักๆ จะทำให้กำลังการผลิตอะลูมิเนียมหายไปจากระบบจำนวนมากยาวไปจนถึงปี 2027 เพราะต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน
อิหร่านได้โจมตีโรงถลุงโลหะสำคัญของบริษัท Emirates Global Aluminium (EGA) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัท Aluminium Bahrain (Alba) นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม บริษัท Qatalum ของกาตาร์ยังต้องลดการผลิตลงเพราะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ซ้ำร้ายการนำเข้า "อะลูมินา" ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในการถลุง ก็ทำได้ยากเพราะต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้บริหารฝ่ายวิจัยจาก Wood Mackenzie เปิดเผยว่า ปัญหาหยุดชะงักเหล่านี้จะทำให้ปริมาณอะลูมิเนียมในตลาดโลก (ไม่รวมจีน) หายไปมากกว่า 3 ล้านตันในปีนี้ หรือคิดเป็น 10% ของตลาด และปีหน้าจะหายไปอีกราว 1.8 ล้านตัน เนื่องจากโรงถลุงสำคัญของ EGA และ Alba ต้องใช้เวลา "อย่างน้อยหนึ่งปี" กว่าจะกลับมาเดินเครื่องได้เต็มสูบ
นักวิเคราะห์จาก BMI ระบุว่า ภาวะขาดแคลนนี้จะลากยาวถึงปี 2027 และตลาดจะยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์จนกว่าจะถึงปี 2028
BMI คาดการณ์ว่าราคาเฉลี่ยของอะลูมิเนียมล่วงหน้าในปีนี้จะดีดขึ้นไปอยู่ที่ 3,100 ดอลลาร์ต่อตัน เทียบกับราคา 2,631 ดอลลาร์ในปี 2025 และถึงแม้ราคาจะทยอยลดลงในปี 2027 แต่ก็ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ราว 2,931 ดอลลาร์ ซึ่งก็ยังแพงกว่าปี 2025 อยู่ดี
‘ญี่ปุ่น’ เจ็บหนักสุด เหตุนำเข้าท็อป 5 โลก
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าอะลูมิเนียม และโลหะผสมจากตะวันออกกลางสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศผู้นำเข้าท็อป 5 ของโลก จากข้อมูลปี 2024 จาก UN Comtrade ความพึ่งพาที่สูงมากนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจาก S&P Global Mobility ระบุว่า ญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักหน่วงที่สุดจากวิกฤติขาดแคลนครั้งนี้
ผลจากสงครามอิหร่านทำให้ผู้ผลิตต่างแย่งชิงวัตถุดิบ ส่งผลให้ "ค่าพรีเมียม" คือ เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มพิเศษจากราคากลาง LME เพื่อการันตีว่าจะได้ของในญี่ปุ่นสำหรับไตรมาสที่ 2 พุ่งสูงถึง 350-353 ดอลลาร์ต่อตัน จากเดิมที่อยู่แค่ 195 ดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า
SME ยานยนต์-ก่อสร้าง กระทบหนักสุด
ข้อมูลจากสมาคมอลูมิเนียมแห่งญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นนำเข้าอะลูมิเนียม และโลหะผสมจากตะวันออกกลางถึง 30% ของการนำเข้าทั้งหมด โดยภาคยานยนต์ และภาคการก่อสร้างคือ กลุ่มที่พึ่งพา และได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบตะวันออกกลางมากที่สุด
"โลหะผสมอะลูมิเนียม" ที่ใช้ทำล้อรถยนต์ จะกลายเป็นของที่หาได้ยากเป็นพิเศษจากภูมิภาคอื่น เพราะโรงงานหลักๆ ที่ป้อนวัตถุดิบชนิดนี้ให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง และในรัสเซีย
หวั่นราคาพุ่ง ต้นทุนแพง ‘โตโยต้า-นิสสัน’ กำไรวูบ
นายโคจิ ซาโตะ ประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งญี่ปุ่น และซีอีโอของโตโยต้าเตือนว่า ญี่ปุ่นพึ่งพาตะวันออกกลางสูงมากทั้งในส่วนของอะลูมิเนียม และแนฟทา ซึ่งเป็นสารตั้งต้นปิโตรเคมีจากน้ำมัน หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทานติดขัดจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องไม่มีของแต่คือ เรื่อง "ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น" โดย Mitsubishi Motors คาดว่าผลกระทบจากตะวันออกกลางจะทำให้กำไรของบริษัทในปีงบประมาณนี้ลดลงถึง 30,000 ล้านเยน ซึ่งครึ่งหนึ่งมาจากค่าวัตถุดิบที่แพงขึ้น โดยประธานบริษัทระบุว่า ต้นทุนอะลูมิเนียม และแนฟทาพุ่งขึ้นแน่นอน และภารกิจแรกคือ ต้องหาวัตถุดิบมาป้อนโรงงานให้ได้ก่อนไม่ว่าจะแพงแค่ไหน
Toyota คาดการณ์ว่ากำไรในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมี.ค.2027 จะหดตัวลงถึง 670,000 ล้านเยน โดย 400,000 ล้านเยนในนั้นมาจากค่าวัสดุที่แพงขึ้น
ส่วน Nissan คาดว่าจะได้รับผลกระทบราว 15,000 ล้านเยนในช่วงครึ่งปีแรก จากทั้งยอดขายรถที่ลดลง และต้นทุนวัสดุที่จ่อปรับตัวสูงขึ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

