นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.69) ว่า รัฐบาลไทยเตรียมกู้เงินจากธนาคารโลก (World Bank) วงเงิน 200 ล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนโครงการสร้างเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City)
ธนาคารโลกจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตในเขตเมือง เพื่อใช้เป็นโครงการนำร่อง (Sandbox) สำหรับนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สถานะหนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ 12.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.4% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้เพดานหนี้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70%
สำหรับการระดมทุนในภาพรวมภายใต้โครงการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด นางจินดารัตน์ กล่าวว่า สบน. จะทยอยกู้เป็นรายเดือนตามแผนการใช้เงินที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินไว้ โดยการระดมทุนล็อตแรกจะอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท สำหรับเครื่องมือทางการเงินที่จะนำมาใช้ในระยะแรก จะเน้นการกู้เงินระยะสั้นเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน (Bridge Financing) ประกอบด้วย ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) และสัญญาเงินกู้ (Term Loan)
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงให้น้ำหนักกับการกู้เงินภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากสภาพคล่องในประเทศยังอยู่ในระดับสูง และมีต้นทุนการกู้เงินที่ถูกกว่าการกู้เงินตราต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันหนี้ต่างประเทศของไทยมีสัดส่วนเพียง 0.74% ของหนี้สาธารณะทั้งหมดเท่านั้น
ขณะนี้ สบน.ได้เริ่มเปิดประมูลแล้ว และอยู่ระหว่างรอสถาบันการเงินเข้ามายื่นข้อเสนอ โดยสัญญากู้จะมีอายุ 4 ปี ก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้เป็นพันธบัตรระยะยาว (Bond) ในอนาคต
ทั้งนี้ จุดเด่นของการระดมทุนในรอบนี้คือ ต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำมาก โดยเมื่ออ้างอิงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของไทย (THOR) บวกด้วยส่วนต่าง (Spread) แล้ว อัตราดอกเบี้ยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.2% เท่านั้น
อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ, Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

