วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ตลาดรอติดตามดีลข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียและการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากตลาดกลับมารอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง

ขณะที่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ออกมาดีกว่าที่คาด ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้รับอานิสงส์ในระหว่างสัปดาห์จากการปรับสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ท่ามกลางการประเมินโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากผลกระทบของการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าและฟื้นตัวกลับมาในระหว่างสัปดาห์ได้เป็นระยะตามจังหวะการย่อตัวของราคาน้ำมัน รับความหวังต่อดีลการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านและสหรัฐฯ มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง

• ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (15 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 3,038 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 2,233 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 3,342 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,109 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกและดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเม.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และความคืบหน้าของดีลสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนเม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. รายงานจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Prelim) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก ก่อนจะขยับขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์

SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ โดยแม้จะเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน และความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทยที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด และหนุนแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 18-22 พฤษภาคม 2569

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ นำโดย แรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI และ Data Center กลุ่มพลังงานจากอานิสงส์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์หลังผู้ประกอบการรายใหญ่แห่งหนึ่งประกาศจ่ายปันผลในอัตราที่ค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

• ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,538.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.36% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,293.35 ล้านบาท ลดลง 14.08% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.54% มาปิดที่ระดับ 211.93 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,510 และ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,545 และ 1,555 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE และยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของจีน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น