หาก ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ถูกปิดยาว โลกเสี่ยงลุกลามสู่ ‘ภาวะถดถอยครั้งใหญ่’ ใกล้เคียงวิกฤติปี 2008 ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อสูง ต้นทุนพลังงานพุ่ง และสต็อกน้ำมันที่กำลังลดต่ำลงอย่างน่ากังวล
ในความเปราะบางที่สงครามอิหร่านอาจปะทุอีกครั้งได้ทุกเมื่อ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดยาว ตลาดพลังงานโลกเริ่มส่งสัญญาณเตือนครั้งใหม่ว่า วิกฤติครั้งนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ราคาน้ำมันแพง” แต่มีโอกาสลุกลามไปสู่ “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก”
Rapidan Energy Group บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานเตือนว่า หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อไปจนถึง “เดือนสิงหาคม” โลกอาจเผชิญแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่รุนแรงใกล้เคียงกับ “วิกฤติการเงินครั้งใหญ่ปี 2008” โดยราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญทั้งเงินเฟ้อสูงและการเติบโตที่ชะลอตัวพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเกินไป จนน้ำมันจากตะวันออกกลางส่งออกไม่ได้ตามปกติ น้ำมันในตลาดโลกจะขาดแคลนหนัก จนโลกต้องแก้ปัญหาด้วยการทำให้ “คนใช้น้ำมันน้อยลง” แบบถูกบังคับทางอ้อม ซึ่งนั่นมักสะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังอ่อนแรงหรือเข้าสู่ภาวะถดถอย เพราะปกติแล้ว ความต้องการใช้น้ำมันของโลกมักเพิ่มขึ้นทุกปีตามการเติบโตของเศรษฐกิจ การที่ “หดตัว” จึงถือเป็นเหตุการณ์ค่อนข้างผิดปกติ และมักเกิดในช่วงวิกฤติใหญ่ เช่น ช่วงโควิด หรือวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรงบางครั้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ Rapidan ระบุในรายงานว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเท่าช่วงทศวรรษ 1970 หรือวิกฤติปี 2007-2008” โดยให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจโลกในวันนี้พึ่งพาน้ำมันน้อยลง และกรอบนโยบายการเงินของธนาคารกลางมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
แต่พวกเขาเตือนว่า “จุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ไม่ได้ช่วยลบความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง จะซ้ำเติมความเปราะบางทางการเงินและเศรษฐกิจมหภาค”
Rapidan ระบุเพิ่มเติมว่า หากการเปิดช่องแคบล่าช้าไปจนถึงเดือนสิงหาคม ภาวะขาดแคลนอุปทานในไตรมาส 3 จะรุนแรงขึ้นเป็น “ราว 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน” ขณะที่ระดับสต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังลดลงเข้าใกล้จุดที่เริ่มสร้างปัญหาเชิงปฏิบัติการ
แม้ช่องแคบจะกลับมาเปิดได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ตลาดน้ำมันก็ยังจะตึงตัวอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย เพราะคลังน้ำมันดิบจะยังคงลดลงต่อเนื่องไปจนถึง “เดือนกันยายน”
ขณะที่การผลิตในอ่าวอาหรับค่อย ๆ ฟื้นตัว และการขนส่งน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่ปลายทางต่าง ๆ ตามเดิม ตามมุมมองของ Rapidan
อ้างอิง: bloomberg

