รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (22 พ.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังการเจรจาสันติภาพมีสัญญาณที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ประเด็นเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นข้อขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-/+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณที่ดีขึ้น สอดคล้องกับท่าทีของอิหร่านซึ่งเผยว่าข้อตกลงฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ลดความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้บางส่วน
อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ยังคงเป็นประเด็นที่เห็นต่างกัน หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) เผยว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (Supreme leader) ได้ออกคำสั่งว่า ยูเรเนียมของประเทศที่มีระดับใกล้เคียงเกรดอาวุธ จะต้องไม่ถูกส่งออกไปต่างประเทศ
โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเชื่อว่า การส่งออกยูเรเนียมดังกล่าวออกไปจะส่งผลให้ประเทศเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลในอนาคตมากขึ้น ขณะที่นายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้เสนอแนวคิดกับนายสี สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เกี่ยวกับการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านออกไปและเก็บไว้ในรัสเซีย
(+) อิหร่านกำลังหารือกับโอมานเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางแบบถาวรบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะทำให้การควบคุมการจราจรทางทะเลผ่านช่องแคบดังกล่าวเป็นทางการมากขึ้น อย่างไรก็ดี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ คัดค้านความพยายามของอิหร่านและโอมานในการจัดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางดังกล่าว
ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ สอดคล้องกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเผยว่า ระบบเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ “เป็นไปไม่ได้”
(+) นายอัล จาเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ADNOC เผยว่า อุปทานน้ำมันดิบต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 เดือนเพื่อกลัมมาที่ระดับราว 80%ของอุปทานน้ำมันดิบในช่วงก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบจะกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงไตรมาสที่ 1-2 ของปี 2570 โดย CEO ADNOC ชี้ว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

