วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ไต้หวันจับ ‘ผู้แอบส่งชิป AI’ ปลอมเอกสารเพื่อ ‘ส่งให้จีน’

ไต้หวันจับ ‘ผู้แอบส่งชิป AI’ ปลอมเอกสารเพื่อ ‘ส่งให้จีน’

สงครามชิป AI กำลังลุกลามสู่ ‘เครือข่ายลักลอบใต้ดิน’ ระดับโลก หลังไต้หวันเปิดปฏิบัติการจับกุม ‘ผู้ต้องหา 3 ราย’ ฐานปลอมเอกสารส่งเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิป Nvidia ไปจีน นี่สะท้อนว่า ยิ่งสหรัฐปิดล้อมหนักมากเท่าไร ตลาดมืดและเครือข่ายลอบส่งออกก็ยิ่งเติบโตตามมาเท่านั้น

ท่ามกลางการปิดกั้นนวัตกรรมชิปของกันและกันระหว่างสหรัฐกับจีน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันจับกุม “ผู้ต้องหา 3 ราย” ฐานปลอมแปลงเอกสารเพื่อส่งออกชิป AI ของ Nvidia ไปยังจีน นับเป็นการปราบปรามคดีลักลอบส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ครั้งแรกของรัฐบาลไต้หวัน

ผู้ต้องหาทั้งสามถูกกล่าวหาว่า “จัดทำเอกสารเท็จ” เกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ผลิตโดย Super Micro Computer ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติสหรัฐ เพื่อส่งสินค้าไปยังจีน ฮ่องกง และมาเก๊า อันเป็นการละเมิดกฎการค้าของสหรัฐ

จำนวนสินค้าที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ถือว่าไม่มากนัก อยู่ที่ราว “50 เซิร์ฟเวอร์” ตามข้อมูลจากโฆษกสำนักงานอัยการเขตจีหลงของไต้หวัน ซึ่งได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งสามเมื่อวันพุธที่ผ่านมา 

สำนักงานอัยการไต้หวันระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสว่า ผู้ต้องหา “ทราบดีอยู่แล้ว” ว่าการขายเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ให้จีนอยู่ภายใต้ “การควบคุมอย่างเข้มงวด” ของสหรัฐ แต่เพื่อหวังผลกำไรมหาศาลเกินควร พวกเขาจึง “ร่วมกันวางแผนซื้อเซิร์ฟเวอร์ในไต้หวันและส่งออกด้วยเอกสารปลอม” จึงเข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารตามกฎหมายอาญา

สำหรับเซิร์ฟเวอร์ของ Super Micro ยังเป็นหัวใจของคดีลักลอบส่งออกชิปครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐได้จับกุมผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหา กรณีถูกกล่าวหาว่าลักลอบส่งชิป Nvidia มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปยังจีน 

คดีดังกล่าวสะท้อนว่า วอชิงตันกำลังเอาจริงกับปัญหาการลักลอบส่งออกชิป ซึ่งก่อนหน้านี้ เจนเซน หวงเคยระบุว่า “ไม่มีอยู่จริง”

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Nvidia เท่านั้น เพราะฮาร์ดแวร์จากบริษัทอย่าง Dell Technologies และ Hewlett Packard Enterprise ก็ปรากฏอยู่ในเครือข่ายลักลอบค้าชิปผิดกฎหมายที่อัยการในสหรัฐและสิงคโปร์กำลังสอบสวนเช่นกัน

จนถึงขณะนี้ ทางการยังไม่เคยกล่าวหา Nvidia หรือผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์รายต่าง ๆ ว่ามีส่วนกระทำผิดโดยตรง ในบรรดาคดีลักษณะนี้อย่างน้อย 7 คดี รวมถึงคดีในไต้หวัน

สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าไต้หวันซึ่งเป็นฐานการผลิตชิป AI ส่วนใหญ่ของโลก จะใช้มาตรการเข้มงวดเทียบเท่าสหรัฐต่อชิปจาก Nvidia และ AMD เพราะกฎของสหรัฐกำหนดให้บริษัทต้องขออนุญาตจากวอชิงตันแทบทุกครั้งก่อนส่งออกชิป AI ไปจีน ซึ่งไต้หวัน รวมถึงหลายประเทศในเอเชีย ยังลังเลที่จะใช้มาตรการรุนแรงระดับนั้น

อ้างอิง: bloomberg