วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สู่มาตรฐานใหม่ 'โบนัสยุค AI' Samsung ให้เฉลี่ย 'คนละ 11 ล้านบาท'

สู่มาตรฐานใหม่ 'โบนัสยุค AI' Samsung ให้เฉลี่ย 'คนละ 11 ล้านบาท'

เจรจาลงตัวเลิกประท้วง 'ซัมซุง' ตกลงแจกโบนัสเฉลี่ยคนละ 11 ล้านบาท ให้พนักงานฝ่ายชิปเซมิคอนดักเตอร์ รับอานิสงส์ 'AI บูม' ดันหุ้นพุ่งทะยาน พามูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์

หลังจากที่ประท้วงมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่เม.ย. และมีแผนจะหยุดงานสไตรค์ยาว 18 วัน ในที่สุดสหภาพแรงงานบริษัท "ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์" (Samsung Electronics) แชโบลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ก็มีท่าทีว่าจะจบลงด้วยดี หลังบริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินโบนัสก้อนงามให้เหมาะสมกับที่ "ยุค AI" ดันกำไรพุ่งอย่างมหาศาล  

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซัมซุงอาจจ่ายโบนัสให้พนักงานในฝ่ายธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์รวมแล้วมากถึงราว "40 ล้านล้านวอน" (ราว 2.66 หมื่นล้านดอลลาร์) หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ "8.67 แสนล้านบาท" สำหรับปีนี้ หลังจากที่บริษัทบรรลุข้อตกลงได้ในนาทีสุดท้ายกับสหภาพแรงงานฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการนัดหยุดงานยาวที่เดิมมีแผนจะเริ่มขึ้นในวันที่ 21 พ.ค. นี้

ซัมซุงมีพนักงานในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 78,000 คน โดยพนักงานแต่ละแผนกจะได้รับโบนัสแตกต่างกันออกไป แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ราว 513 ล้านวอนต่อคน หรือประมาณ 340,000 ดอลลาร์ (ราว 11 ล้านบาท) ตามการคำนวณของบลูมเบิร์ก จากเงื่อนไขโบนัสที่เสนอและประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปี 2026

ก่อนหน้านี้ พนักงานซัมซุงได้โบนัสกันเฉลี่ยประมาณ 158 ล้านวอนต่อคน (ราว 3.4 ล้านบาท) ในปี 2025 จากข้อมูลในเอกสารของบริษัทที่เผยแพร่เมื่อเดือนมี.ค.

ขณะที่สำนักข่าวยอนฮับประเมินว่า พนักงานในธุรกิจหน่วยความจำ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจได้รับโบนัสรายบุคคลสูงถึงราว 600 ล้านวอน อย่างไรก็ตาม ซัมซุงไม่ได้เปิดเผยจำนวนพนักงานในแต่ละหน่วยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อย่างละเอียด

มาตรฐานใหม่ของโบนัสในยุค AI?

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก "เอสเค ไฮนิกซ์" (SK Hynix) คู่แข่งสำคัญในธุรกิจชิปหน่วยความจำภายใต้อาณาจักรแชโบล SK Group ตกลงจ่ายโบนัสให้พนักงานในปีที่แล้วเช่นกัน โดยโบนัสจริงของซัมซุงจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการและอุปสงค์ชิปในตลาดเป็นหลัก 

ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งยังต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกสหภาพแรงงานก่อน ซัมซุงตกลงจ่ายโบนัสในรูปแบบของ "หุ้น" คิดเป็น 10.5% ของกำไร และจ่ายเพิ่มอีก 1.5% ในรูปของ "เงินสด"

โบนัสชุดนี้คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ในช่วงต้นปี 2027 โดยพนักงานสามารถขายหุ้นได้ทันที 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือจะทยอยขายได้ภายใน 2 ปีถัดไป

โครงการโบนัสใหม่นี้จะดำเนินต่อเนื่องไปทุกปีเป็นเวลา 10 ปี ตราบใดที่บริษัทสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย โดยนักวิเคราะห์คาดว่า กำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 7 เท่า สู่ระดับราว 333 ล้านล้านวอน (7.2 ล้านล้านบาท)

โบนัสก้อนมหาศาลดังกล่าวสะท้อน "ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์" ที่เพิ่มขึ้นของ "แรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์" โดย Samsung และ SK Hynix รวมถึง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC กลายเป็นเสาหลักสำคัญของการขยายตัวด้าน AI ทั่วโลก ผ่านการผลิตชิปและชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งแต่แคลิฟอร์เนียไปจนถึงตะวันออกกลาง

“ขณะนี้ Samsung Electronics และ SK Hynix กำลังแข่งขันกันดึงดูดบุคลากรระดับโลก ดังนั้นแพ็กเกจค่าตอบแทนที่แข่งขันได้จึงถือว่าสมเหตุสมผล” บอมกี ซอน นักเศรษฐศาสตร์ของบาร์เคลย์ส กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการตึงตัวของตลาดแรงงานเกาหลีใต้อาจทำให้แพ็กเกจลักษณะนี้กลายเป็น “ออปชั่นฟรีๆ สำหรับแรงงาน” ซึ่งหมายถึงพนักงานยังได้รับการคุ้มครองในช่วงขาลง และได้รับผลตอบแทนสูงในช่วงวัฏจักรขาขึ้น

กระแส AI ยังผลักดันความมั่งคั่งของตระกูล "อี" (Lee) แห่งอาณาจักรซัมซุงให้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยประธานคนปัจจุบัน อี แจ ยอง (Jay Y. Lee)  ได้ขึ้นเป็นบุคคลที่ "รวยที่สุดของเกาหลีใต้" ไปแล้วด้วยทรัพย์สินราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1 ล้านล้านบาท)

ขณะที่ความมั่งคั่งรวมของตระกูลอี ซึ่งเป็นตระกูลที่ร่ำรวยอันดับ 3 ของเอเชีย เพิ่มขึ้นสู่ระดับราว 4.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ เดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ตามดัชนี Bloomberg Billionaires Index

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การได้เข้าทำงานที่ Samsung หรือ SK Hynix ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของนักเรียนเกาหลีใต้ ซึ่งต้องเผชิญการแข่งขันทางการศึกษาที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อคว้าอาชีพที่มั่นคงและมีเกียรติ

และโบนัสมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่พนักงานในวันนี้ ถูกชาวเกาหลีใต้จำนวนมากมองว่าเป็น "การพิสูจน์คุณค่าของระบบดังกล่าว" ท่ามกลางแรงหนุนจากกระแส AI โลก ที่ทำให้ทั้งช่างเทคนิคและคนงานโรงงานที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้ ได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลเช่นกัน


ที่มา: Bloomberg