วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

Nvidia บอกนักลงทุนที่สงสัยว่า AI พร้อมที่จะก้าวสู่กระแสหลักแล้ว

Nvidia บอกนักลงทุนที่สงสัยว่า AI พร้อมที่จะก้าวสู่กระแสหลักแล้ว

เอ็นวิเดีย Nvidia ส่งสัญญาณถึงนักลงทุนสายสงสัยว่า “ยุค AI” กำลังจะมาถึงแล้ว  โชว์ยอดขาย กำไรไตรมาสสิ้นสุดเดือนเม.ย. สูงกว่าตลาดคาด แต่หุ้นลง ชี้แนวโน้มรายได้สูง  

บลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท Nvidia Corp ซึ่งกำลังเผชิญกับความสงสัยจากนักลงทุนมากขึ้น ใช้โอกาสรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดเพื่อชูความคืบหน้าในการกระจายฐานรายได้ของบริษัท โดยตั้งเป้าพึ่งพาผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ (hyperscalers) น้อยลง หลังกลุ่มนี้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา  

 

แม้ว่าการใช้จ่ายจากลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ยังคงพุ่งแรง แต่ Nvidia คาดการณ์ว่าธุรกิจและรัฐบาลจำนวนมหาศาลทั่วโลกจะกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญขึ้นในไม่ช้า กลุ่มลูกค้าเหล่านี้มีแนวโน้มจะแห่เข้ามาซื้อชิปและโซลูชันคอมพิวติ้งอื่น ๆ ของ Nvidia เพื่อรองรับแผนการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตัวเอง  

 

ในระยะถัดไป ซีอีโอ เจนเซน หวง ระบุในการประชุมกับนักวิเคราะห์ว่า ในอนาคตเอไอทางกายภาพ “physical AI” จะเปิดโอกาสครั้งใหญ่มหาศาลในรูปแบบของหุ่นยนต์และยานยนต์ไร้คนขับ “เราครอบคลุมครบทุกมิติแล้ว” เขากล่าว  

 

ราคาหุ้น Nvidia ร่วงลง หลังงานผลประกอบการ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนกลับเริ่ม “ไม่ว้าว” ได้ง่ายเหมือนเดิม แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการและแนวโน้ม  ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลงราว 1% ในการซื้อขายนอกเวลาปิดตลาดวันพุธ (20 พ.ค.69) ขณะที่การเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงการจ่ายเงินปันผลครั้งใหญ่ ก็ยังไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนได้มากนัก  

 

บริษัทระบุในรายงานว่า ยอดขายในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือนกรกฎาคมจะอยู่ราว 91,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 87,000 ล้านดอลลาร์ แม้บางรายจะคาดไว้สูงถึง 96,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก  

 

ในเวลาเดียวกัน Nvidia กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ต่อความเป็นผู้นำด้านการประมวลผล AI โดยมีผู้ผลิตชิปรายอื่น ๆ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด ขณะที่บรรดาลูกค้ารายใหญ่เองก็กำลังพัฒนาชิปในบ้าน (in‑house) ของตัวเอง  

 

หุ้น Nvidia ปรับขึ้นมาแล้ว 20% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงก่อนประกาศผลครั้งนี้ เพิ่มขึ้นสูงกว่าดัชนี S&P 500 แต่ยังตามหลังหุ้นชิปขนาดใหญ่หลายตัว  

Nvidia ยังคงเป็นผู้ขาย ชิปเร่งความเร็วเอไอ “AI accelerators” อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นชิปสำหรับพัฒนาและเทรนโมเดล AI แต่กำลังเผชิญคู่แข่งจากทั่วซิลิคอนวัลเลย์ ทั้ง Advanced Micro Devices Inc (AMD) ที่มีโปรเซสเซอร์คู่แข่ง รวมถึง Broadcom Inc และ Google (Alphabet Inc) ที่บุกตลาดด้วยเทคโนโลยีของตนเอง  

 

ถึงอย่างนั้น Nvidia ก็ยังอยู่ในสถานะที่น่าอิจฉา เมื่อวอลล์สตรีทคาดว่ารายได้ของบริษัทจะคิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสามของรายได้ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปีนี้  

 

“การสร้าง ‘โรงงาน AI’  โครงการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ  กำลังเร่งตัวด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดา” หวงระบุในแถลงการณ์  

 

การใช้จ่ายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของ Nvidia ยังไม่มีสัญญาณชะลอ กลุ่ม hyperscalers วางแผนใช้เงินรวมกันราว 725,000 ล้านดอลลาร์กับ AI ในปีนี้ และจากผลประกอบการล่าสุดของ Nvidia ก็ชี้ว่ารายได้จากกลุ่มนี้ยังเติบโตเร็วกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ  

 

ผลดังกล่าวไม่เพียงช่วยหนุนยอดขายของ accelerators เท่านั้น แต่ยังดันความต้องการชิปหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลบวกต่อผลประกอบการของ Intel Corp และ AMD ขณะที่สตาร์ตอัปชิปก็ได้อานิสงส์เช่นกัน โดย Cerebras Systems Inc ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ชิปแผ่นใหญ่รูปแบบใหม่ เพิ่งทำไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดของปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  

 

Nvidia ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในซานตา คลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่ได้ขายแค่ accelerators เท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ชิปหลากหลายประเภท โซลูชันด้านเน็ตเวิร์ก ซอฟต์แวร์ โมเดล AI และระบบคอมพิวเตอร์แบบครบชุด ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทมองว่าสิ่งนี้ทำให้ขีดความสามารถและขอบเขตธุรกิจของ Nvidia “แทบไม่มีใครเทียบได้” บริษัทระบุว่ามียอดสั่งซื้อสูงเกินกว่ากำลังการผลิตในปัจจุบัน และกำลังลงทุนเพิ่มเพื่อขยายอุปทานให้เพียงพอกับดีมานด์  

ยอดขาย-กำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาด

 

ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 26 เมษายน ยอดขายของ Nvidia เพิ่มขึ้น 85% แตะ 81,600 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 79,200 ล้านดอลลาร์ กำไร (ไม่รวมรายการพิเศษบางรายการ) เพิ่มขึ้นเป็น 1.87 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 1.77 ดอลลาร์ต่อหุ้น  

 

อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุง (adjusted gross margin) อยู่ที่ 75%  

 

Nvidia ยังประกาศจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสเพิ่มขึ้นจาก 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น เป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น พร้อมทั้งอนุมัติแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์  

 

หน่วยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของบริษัท สร้างรายได้ 75,200 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการที่ 73,500 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจเน็ตเวิร์ก ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ มียอดขาย 14,800 ล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 12,700 ล้านดอลลาร์  

 

ในรายงานฉบับนี้ Nvidia ระบุว่ากำลังเปลี่ยนไปใช้กรอบการรายงานใหม่เพื่อสะท้อน “ตัวขับเคลื่อนการเติบโตในปัจจุบันและอนาคต” ได้ดีขึ้น โดยจะแยกรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ระหว่างกลุ่ม hyperscalers กับกลุ่มที่บริษัทเรียกว่า ACIE ซึ่งย่อมาจาก AI clouds, industrial และ enterprise customers  

 

ตามประมาณการล่าสุด บริษัทกำลังเดินหน้าไปสู่การทำรายได้รวมมากกว่า 370,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ หรือราว 22 เท่าของขนาดรายได้ในปีงบประมาณ 2021 และในแต่ละไตรมาส Nvidia ทำยอดขายรวมมากกว่าคู่แข่งรายใหญ่ 3 อันดับถัดไปรวมกันอย่างสบาย ๆ  

 

หวงเพิ่งเดินทางกลับจากการร่วมคณะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐได้สกัดการเติบโตของ Nvidia ในจีน ด้วยการจำกัดการขายชิปเร่งความเร็ว AI ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ  

 

รัฐบาลทรัมป์เริ่มผ่อนคลายให้สามารถขายผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าบางส่วนของ Nvidia ให้ลูกค้าในจีนได้บ้าง แต่ปักกิ่งซึ่งต้องการส่งเสริมผู้ผลิตท้องถิ่น กลับต่อต้านแนวทางดังกล่าว ทำให้ Nvidia แทบถูกกันออกจากตลาดที่บริษัทเคยประเมินว่าจะสร้างรายได้ได้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี  

 

บริษัทระบุเมื่อวันพุธว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนเลย  

 

ขณะเดียวกัน Nvidia ยังคงแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ บริษัทเริ่มรุกทำตลาด CPU สำหรับการใช้งานทั่วไป และออกแบบชิปเฉพาะทางสำหรับ “เฟส inference” ของ AI ซึ่งเป็นช่วงที่โมเดลได้รับการเทรนเรียบร้อยแล้วและเริ่มนำไปใช้กับข้อมูลจริง  

 

บริษัทคาดว่าปีนี้จะมีรายได้จาก CPU ราว 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากทำได้จริงจะทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้ผลิต CPU รายใหญ่ที่สุดของโลก