วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'แบงก์ชาติอินโดฯ' เซอร์ไพรส์ตลาด ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% รับแรงกดดันค่าเงิน-เงินทุนไหลออก

'แบงก์ชาติอินโดฯ' เซอร์ไพรส์ตลาด ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% รับแรงกดดันค่าเงิน-เงินทุนไหลออก

คณะกรรมการนโยบายทางการเงินของ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับที่มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เพื่อหยุงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องในเดือนนี้

คณะกรรมการฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 5.25% ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอย่างรุนแรงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 การเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เนื่องจากมีนักเศรษฐศาสตร์เพียงรายเดียวจากการสำรวจของบลูมเบิร์ก ที่คาดการณ์ว่าจะมีปรับขึ้นในระดับนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ถึง 25 รายคาดว่าจะขึ้นเพียง 0.25% และอีก 15 รายมองว่าจะไม่มีการปรับขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงถูกคงไว้ที่ระดับ 4.75% มาตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว

ลาวันยา เวนกะเตศวรัน (Lavanya Venkateswaran) นักเศรษฐศาสตร์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. ให้ความเห็นว่า “คณะกรรมการฯ ได้ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว ซึ่งน่าจะช่วยพยุงความเชื่อมั่นในระยะสั้นและปูทางไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตที่เราคาดว่ากำลังจะตามมา”

ภายหลังการประกาศดังกล่าว ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 17,610 ต่อดอลลาร์ ซึ่งขยับออกจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดหุ้นยังคงอยู่ในแดนลบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

'แบงก์ชาติอินโดฯ' เซอร์ไพรส์ตลาด ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% รับแรงกดดันค่าเงิน-เงินทุนไหลออก

นายเพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ระบุในการแถลงข่าวว่า “การตัดสินใจครั้งนี้เป็นมาตรการต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของเงินรูเปียห์ ท่ามกลางผลกระทบจากความผันผวนระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเป็นการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2026 และ 2027 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1.5% – 3.5%”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้ประกาศจัดตั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งใหม่เพื่อรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ยุทธศาสตร์ เช่น น้ำมันปาล์ม ถ่านหิน และเหล็กกล้าผสม เพื่อพยายามสกัดกั้นการรั่วไหลของรายได้ออกนอกประเทศและรักษาระดับการใช้จ่ายด้วยเงินดอลลาร์

นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้สมาชิกรัฐสภายังได้ซักถามผู้ว่าการธนาคารกลางถึงแนวทางอื่นๆ ในการพยุงค่าเงิน เนื่องจากเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและกดดันให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซียเคยพยายามหลีกเลี่ยงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังค่อนข้างควบคุมได้และความต้องการที่จะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเลือกที่จะใช้การแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศอย่างหนัก ซึ่งต้องสูญเสียเงินทุนสำรองไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังคุกคามงบประมาณ สร้างแรงกดดันด้านราคา และชะลอแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ฉุดให้เงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและดันผลตอบแทนพันธบัตรสู่ระดับสูงสุดในรอบปี นายวาร์จิโย ให้คำมั่นว่า จะยกระดับการแทรกแซงในตลาดเงินตราต่างประเทศต่อไป

ขณะที่กระทรวงการคลังได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเฉลี่ยวันละ 113 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดความร้อนแรงของอัตราผลตอบแทนและชะลอเงินทุนไหลออก

ผู้ว่าการธนาคารกลางยังกล่าวย้ำว่า เงินรูเปียห์ยังคงมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง หรือ undervalued และควรจะกลับมาแข็งค่าขึ้นในไตรมาสถัดไปเมื่อความต้องการเงินดอลลาร์ในประเทศเบาบางลง โดยเขามองว่า ค่าเงินควรจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับเฉลี่ยประมาณ 16,500 ต่อดอลลาร์ในปีนี้