วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่น-จีน ‘แห่ขายพันธบัตรสหรัฐ’ ดึงดอลลาร์ ‘พยุงค่าเงินตัวเอง’

ญี่ปุ่น-จีน ‘แห่ขายพันธบัตรสหรัฐ’ ดึงดอลลาร์ ‘พยุงค่าเงินตัวเอง’

‘ญี่ปุ่นและจีน’ พากัน ‘เทขาย’ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพื่อนำเงินดอลลาร์กลับมาป้องกันค่าเงินตัวเองจากแรงกระแทกราคาน้ำมันพุ่งสูง จุดประเด็นว่า หากวิกฤติยืดเยื้อ โลกอาจได้เห็นการ ‘ลดการพึ่งพาหนี้สหรัฐ’ ตลาดพันธบัตรที่ใหญ่ที่สุดของโลกหรือไม่

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “ญี่ปุ่น-จีน” ขึ้นนำเป็นชาติที่ “เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” มากที่สุดในเดือนมีนาคม หลังสงครามตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันพุ่ง บีบหลายประเทศต้อง “ขายทุนสำรองดอลลาร์” ออกมาพยุงค่าเงินท้องถิ่นที่อ่อนค่าหนักจากวิกฤติพลังงาน

สำหรับ “จีน” ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงเหลือ 652,300 ล้านดอลลาร์ ลดลงราว 6% จากเดือนกุมภาพันธ์ และเป็น “ระดับต่ำสุด” นับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2008 ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ

ส่วน “ญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นผู้ถือครองหนี้รัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดการถือครองลงประมาณ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์ 

ขณะที่การถือครองรวมของต่างชาติทั่วโลกลดลงจาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม

แรงขายดังกล่าว เกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านปะทุขึ้น และราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ส่งผลให้เงินเยนและสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ อ่อนค่าหนัก ประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงญี่ปุ่น ต้องเผชิญ “ภาวะช็อกด้านพลังงาน” ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ จนผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องขายสินทรัพย์สกุลดอลลาร์บางส่วน เพื่อนำเงินไปแทรกแซงค่าเงิน

เฟรเดอริก นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ HSBC กล่าวว่า “เมื่อความผันผวนทางการเงินเพิ่มขึ้นหลังสงครามในอ่าวเปอร์เซีย และค่าเงินในเอเชียเผชิญแรงกดดัน การที่ธนาคารกลางลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ”

“การแทรกแซงตลาดเงินเพื่อพยุงค่าเงินท้องถิ่น ทำให้ธนาคารกลางบางแห่งจำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐบางส่วนออกมา” นอยมันน์กล่าวเสริม

นอยมันน์ยังระบุว่า ในช่วงตลาดปั่นป่วน ผู้กำหนดนโยบายมักปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ โดยบางส่วนขายพันธบัตรเพราะกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและมูลค่าพันธบัตรที่ลดลง พร้อมโยกเงินไปถือ “สินทรัพย์คล้ายเงินสด” เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง หากจำเป็นต้องแทรกแซงตลาดหนักขึ้น

ทั้งนี้ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เผชิญแรงกดดันอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น หลังสงครามตะวันออกกลางกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นในการถือครองหนี้สหรัฐ

แรงขายจากต่างชาติ ยังสะท้อนผ่าน “มูลค่าพันธบัตรที่ลดลง” ด้วย โดยนักลงทุนต่างชาติขาดทุนจากมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวรวม 1.421 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว

ในส่วนของจีน ได้ทยอยลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐโดยตรงมาตั้งแต่แตะจุดสูงสุดราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2013 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่า ตัวเลขทางการ “ต่ำกว่าความเป็นจริง” เพราะจีนใช้ศูนย์รับฝากสินทรัพย์ อย่างเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก เป็นช่องทางถือครองผ่านกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและหน่วยลงทุนที่เชื่อมโยงกับรัฐ

สำหรับญี่ปุ่น ประเด็นที่กรุงโตเกียวอาจ “ขายพันธบัตรสหรัฐต่อเนื่อง” เพื่อนำเงินมาแทรกแซงค่าเงินเยน กำลังได้รับความสนใจในกรุงวอชิงตันมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
 

อ้างอิง: cnbc