วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘บอนด์สหรัฐ’ ป่วน ทุนใหญ่เทขายบิ๊กล็อต ดันยีลด์พุ่งสูงสุดรอบ 19 ปี

‘บอนด์สหรัฐ’ ป่วน ทุนใหญ่เทขายบิ๊กล็อต ดันยีลด์พุ่งสูงสุดรอบ 19 ปี

ตลาดพันธบัตรสหรัฐป่วน! ทุนใหญ่นิรนามเทขายบิ๊กล็อต 5.4 แสนล้านในตลาดฟิวเจอร์ส หวั่นเงินเฟ้อพุ่ง-เฟดขึ้นดอกเบี้ย ดันยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งสูงสุดรอบ 19 ปี หวั่นต้นทุนกู้ยืมพุ่งทั่วประเทศ

บลูมเบิร์กรายงานว่า เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ในตลาดตราสารหนี้สหรัฐ หลังแรงเทขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพันธบัตรรัฐบาลล็อตใหญ่อย่างต่อเนื่อง ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ซ้ำเติมความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น  

 ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก เกิดการทำธุรกรรมล็อตใหญ่ ในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สอย่างคึกคัก โดยภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง (ตั้งแต่เวลา 9:38 น. ถึง 10:40 น.) มีการกระหน่ำขายสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรอายุ 10 ปี สูงถึง 136,500 หน่วย และพันธบัตรอายุ 5 ปี อีก 83,000 หน่วย คิดเป็นปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันปกติถึง 80%

เม็ดเงินที่ถูกเทขายออกมาในชั่วโมงนั้น มีมูลค่าเทียบเท่ากับพันธบัตรอายุ 10 ปีในปัจจุบันถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.4 แสนล้านบาท และส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์  เนื่องจากเป็นการซื้อขายแบบไม่เปิดเผยตัวตน ทำให้ไม่สามารถระบุสถาบันการเงินที่อยู่เบื้องหลังการเดิมพันครั้งใหญ่นี้ได้

ล่าสุด บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 5.197% ระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2007  หรือในรอบเกือบ 19 ปี ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.174%

อลัน เทย์เลอร์  หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ Archr LLP ได้ให้ความเห็นว่า "นี่คือวันแห่งการยอมจำนน (Capitulation) ของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ การร่วงลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้ เกิดจากการที่ผู้เล่นรายใหญ่หลายรายพากันตื่นตระหนกและเทขายออกมาพร้อมกัน"

เงินเฟ้อพ่นพิษ พลิกเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย 

ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนแรงเทขายในครั้งนี้ มาจากความกังวลว่า "ภาวะเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวขึ้น" โดยมีตัวจุดชนวนสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนในตลาดต้องรื้อแผนการลงทุนใหม่ โดยข้อมูลจากตลาดซื้อขายล่วงหน้าประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง 85% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด” จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นการพลิกมุมมองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเทียบกับข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตลาดเคยคาดการณ์ว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนั้นแทบจะเป็นศูนย์

ต้นทุนกู้ยืมพุ่ง  

สภาวะที่ราคาพันธบัตรถูกเทขายอย่างรุนแรง ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว  

นักวิเคราะห์เตือนว่า Yield ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ กำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ก่อนหน้านี้ยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ "ต้นทุนการกู้ยืมเงินปรับตัวสูงขึ้นทั่วประเทศ" โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องการกู้ซื้อบ้าน และบริษัทเอกชนที่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน

 

อ้างอิง Bloomberg