วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ยอดขาย BYD พุ่ง Toyota ร่วง รถญี่ปุ่น ‘เริ่มโดนแย่งตลาด’

ยอดขาย BYD พุ่ง Toyota ร่วง รถญี่ปุ่น ‘เริ่มโดนแย่งตลาด’

ในยุคน้ำมันแพง ‘รถอีวีจีน’ กำลังเร่งยึดพื้นที่ ‘ตลาดออสเตรเลีย’ อย่างรวดเร็ว หนุนยอดขาย BYD และแบรนด์จีนหลายรายพุ่งแรง สวนทาง Toyota ผู้นำตลาดออสเตรเลีย ที่เจอยอดขายร่วงแทน

นอกเหนือจากตลาดตะวันตกอย่างสหรัฐและยุโรปแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จีนก็กำลัง “รุกหนัก” ในตลาดออสเตรเลียมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังยอดขายรถจากจีนพุ่งแรง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง

ข้อมูลล่าสุดจาก Cox Automotive ระบุว่า “BYD” เป็นแบรนด์ที่ “มียอดขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด” ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน โดยขายรถได้เพิ่มขึ้นถึง 13,269 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่แบรนด์จีนรายอื่นอย่าง Chery, Geely, GWM และ Jaecoo ก็พากันติดอันดับ 5 แบรนด์ที่มียอดขายเติบโตสูงสุดเช่นกัน

ในทางกลับกัน “Toyota” ซึ่งยังเป็นผู้นำตลาดออสเตรเลีย กลับ “มียอดขายลดลงมากที่สุด” ถึง 17,502 คัน ตามมาด้วยค่ายญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Motors, Nissan, Mazda และ Ford Motor Company ของสหรัฐ

ไมค์ คอสเตลโล นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Cox Automotive กล่าวว่า ภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นกำลังผลักดันให้ผู้บริโภคมองหารถที่ “ประหยัดกว่า” และมีระบบไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์จีน

“แบรนด์จีนมีราคาถูกกว่าคู่แข่ง และทำทั้งรถไฮบริดกับ EV ได้ดีมาก” เขากล่าว

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า แม้ Toyota ยังครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในออสเตรเลีย และรถจากบริษัทญี่ปุ่นยังคิดเป็น 40% ของยอดขายทั้งหมดในช่วง 4 เดือนแรกของปี แต่แรงกดดันจากแบรนด์จีนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จำนวนรถยนต์รุ่นจากจีนที่มีจำหน่ายในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่านับตั้งแต่ปี 2022 ปัจจุบันมีถึง 70 รุ่นในตลาด โดยผู้ผลิตรถยนต์จีน 11 ราย รวม 22 แบรนด์ ครองสัดส่วนยอดขายรวมประมาณ 25% ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เทียบกับไม่ถึง 15% ในปีก่อน

คอสเตลโลกล่าวว่า เมื่อยอดขายรถใหม่ในออสเตรเลียยังอยู่ที่ราว 1.2 ล้านคันต่อปี และมีผู้ผลิตจีนรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่า “ส่วนแบ่งตลาดของผู้เล่นรายอื่นกำลังถูกบีบลง”

“พูดแบบง่าย ๆ คือ ‘จีนขึ้น ญี่ปุ่นลง’ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังเห็น” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า แม้แบรนด์ญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดรวมเติบโตเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อีกสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก คือ รถยนต์ที่ผลิตในจีน ทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ต่างชาติที่มีโรงงานในจีน มียอดนำเข้าแซงรถที่ผลิตในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปีนี้

ออสเตรเลียนำเข้ารถที่ผลิตจากจีน 107,196 คันในช่วง 4 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน ขณะที่รถที่ผลิตในญี่ปุ่นอยู่ที่ 94,500 คัน ลดลง 23% ส่วนรถจากไทยมี 72,689 คัน เกาหลีใต้ 47,492 คัน และเยอรมนี 17,569 คัน

ความแข็งแกร่งของจีนยิ่งชัดเจนในตลาด EV โดยผู้ผลิตจีนครองส่วนแบ่ง 54% ของตลาด EV ออสเตรเลีย และ 76% ของตลาดปลั๊กอินไฮบริด

Tesla Model Y ยังคงเป็น EV ที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลียช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ตามมาด้วย BYD Sealion 7 แต่หากนับยอดขายรถไฟฟ้ารวมทั้งหมดแล้ว “BYD” ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน ด้วยยอดขาย 14,406 คัน เทียบกับ Tesla ที่ขายได้ 8,485 คัน

เจมส์ วอร์ตแมน ซีอีโอของสมาคม Australian Automotive Dealer ระบุว่า “ปัจจัยที่คนยังพูดถึงไม่มาก คือ รถอีวีที่เข้ามาในออสเตรเลียมีราคาถูกลงมาก และนั่นเป็นเพราะเรานำเข้ารถจากจีนจำนวนมาก” เขากล่าว

“เมื่อราคารถเริ่มต้นถูกลง ประกอบกับไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน และยังมีแรงจูงใจจากภาครัฐ ทำให้ EV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่กำลังมองหารถใหม่หรือรถมือสอง” วอร์ตแมนกล่าว

อ้างอิง: nikkei