วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

แบงก์ใหญ่ Standard Chartered ลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง ใช้ AI แทน

แบงก์ใหญ่ Standard Chartered ลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง ใช้ AI แทน

'สแตนชาร์ด' ตั้งเป้าผลตอบแทน ROTE สูงขึ้น จ่อลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่งภายใน 3 ปี เอา AI-ระบบอัตโนมัติมาใช้แทนที่

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด หรือ StanChart ประกาศเพิ่มเป้าหมายตัวชี้วัดกำไรสำคัญ โดยคาดว่าจะบรรลุได้ผ่านการ "ลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่" และการขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่งซึ่งเป็นธุรกิจหลักของธนาคาร

ในการอัปเดตกลยุทธ์ต่อนักลงทุนวันนี้ (19 พ.ค.) StanChart ระบุว่า ธนาคารจะสร้างผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (ROTE) มากกว่า 15% ในปี 2028 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2025 และจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับราว 18% ภายในปี 2030

ธนาคารซึ่งมีพนักงานในสายงานสนับสนุนหรือตำแหน่งงานหลังบ้านราว 51,000 คน ณ เดือนมิ.ย. 2025 ระบุว่าจะลดตำแหน่งงานในฝ่ายองค์กรมากกว่า 15% ภายในปี 2030 ซึ่งเท่ากับลดตำแหน่งงานมากกว่า 7,000 ตำแหน่ง จากพนักงานทั่วโลกทั้งหมดราว 80,000 คนของธนาคาร

บิล วินเทอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ StanChart ระบุว่าการลดจำนวนพนักงานจะเกิดจากการนำ "ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์" (AI) มาใช้ ขณะที่พนักงานบางส่วนจะได้รับการพัฒนาทักษะใหม่

“นี่ไม่ใช่การลดต้นทุน แต่เป็นการแทนที่ทรัพยากรบุคคลที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าในบางกรณี ด้วยทุนทางการเงินและเงินลงทุนที่เรากำลังใส่เข้าไป” วินเทอร์สกล่าว

ข่าวนี้ส่งผลให้หุ้นธนาคารที่จดทะเบียนในฮ่องกง ปรับตัวขึ้น 2.3% ในช่วงเปิดตลาด สวนทางกับดัชนีฮั่งเส็งที่ทรงตัว

มาตรการล่าสุดสะท้อนความพยายามของ StanChart ในการต่อยอดจากการพลิกฟื้นธุรกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้น แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังบดบังแนวโน้มของตลาดสำคัญบางแห่งของธนาคาร

ทั้งนี้ StanChart สนับสนุนเป้าหมายใหม่ด้วยการเดินหน้ามุ่งเน้น "ธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง" เช่น ลูกค้ารายย่อยกลุ่มมั่งคั่ง และสถาบันการเงินภายใต้ธุรกิจองค์กรและวาณิชธนกิจ

ในไตรมาสแรก ธนาคารรายงานรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและเม็ดเงินใหม่จากลูกค้าอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 17% โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ Wealth Solutions, Global Banking และ Global Markets 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารในเอเชียแปซิฟิกอาจจำเป็นต้องเพิ่มการ "กันสำรองหนี้สูญ" หากความขัดแย้งในอิหร่านยืดเยื้อ เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง จะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้กู้

สำหรับ StanChart ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในลอนดอนและมุ่งเน้นธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก ภูมิภาคดังกล่าวยังคงเป็นทั้งปัจจัยเสี่ยงและแหล่งรายได้ของธนาคาร โดยในไตรมาสแรกของปี 2026 ธนาคารได้ตั้งสำรองความเสี่ยง 190 ล้านดอลลาร์ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง