รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (19 พ.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น จากความกังวลต่อภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมันดิบท่ามกลางการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) นายฟาติห์ บีโรล เปิดเผยว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจเพียงพอต่อการใช้งานได้อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แม้การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จะช่วยเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวและมีข้อจำกัดด้านปริมาณ
นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. 69 ปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกลดลงในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหายไปกว่า 246 ล้านบาร์เรล หลังในเดือน มี.ค. 69 กลุ่ม IEA ซึ่งประกอบด้วย 32 ประเทศสมาชิก ได้มีมติปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดโลก
(-) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเป็นการชั่วคราว ภายหลังมีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ โดยอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ต่อสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเน้นการยุติความขัดแย้งและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมยังคงเป็นข้อขัดแย้งสำคัญ ที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ระบุว่ายังคงพร้อมกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากการเจรจาไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงได้
(-) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ เผยว่า สหรัฐฯ จะขยายเวลาการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียที่ขนส่งทางทะเลออกไปอีก 30 วัน หลังจากที่การยกเว้นก่อนหน้านี้หมดอายุลงในวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การขยายเวลาดังกล่าว เป็นการขยายเวลาครั้งที่สอง โดยมาตรการดังกล่าวได้รับการต่ออายุครั้งแรกเป็นระยะเวลา 30 วัน จากวันที่ 17 เม.ย. 69 เป็น 16 พ.ค. 69 โดยการขยายเวลาการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน และควบคุมราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

