บลูมเบิร์กรายงานว่า “เศรษฐกิจญี่ปุ่น” ไตรมาสแรก เติบโตแข็งแกร่งเกินคาด GDP ขยายตัว 2.1% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
รายงานจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงในไตรมาสแรก ขยายตัวถึง 2.1% จากปีก่อน ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.7%
รายงานชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มกลับมาคึกคักและมีพลังขับเคลื่อนในช่วงเดือนมี.ค.ถึงมี.ค. ก่อนที่จะได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากสงครามอิหร่าน
การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ช่วยเปิดทางให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถอ้างได้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความยืดหยุ่นและแกร่งพอที่จะรับมือกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นได้ ในขณะที่ธนาคารกลางกำลังเดินหน้าปรับนโยบายการเงินให้กลับสู่ภาวะปกติเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจาก “เงินเฟ้อ”
อาจเห็นการ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ เร็วขึ้น มิ.ย.นี้
ทาคายูกิ โทจิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Japan Post Insurance ให้ความเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลน่าจะเปิดใจยอมรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปมากขึ้นเมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วกว่ากำหนด หรืออาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.หรือก.ค.โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศตัวเลข GDP รอบถัดไป
แม้ว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจะออกมาในเชิงบวกอย่างมาก แต่ค่าเงินเยนกลับอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูล
บริโภคฟื้น ส่งออกโตสวนกระแส เอกชนลงทุน AI
การบริโภคภาคเอกชนซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของ GDP ญี่ปุ่น ขยายตัว 0.3% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.1% โดยได้แรงหนุนจากเงินอุดหนุนค่าสาธารณูปโภคของรัฐบาลและการปรับขึ้นค่าจ้างที่ในที่สุดก็เริ่มแซงหน้าอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็เริ่มลดลงนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น
ยอดการ “ส่งออก“ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ดีกว่าที่คาดไว้ โดยข้อมูลการค้าในเดือนมี.ค.แสดงให้เห็นว่า การส่งออกของญี่ปุ่นเติบโตในอัตราที่รวดเร็วขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าในตลาดจีน
ด้านการเติบโตของการลงทุนในภาคธุรกิจชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยขยายตัวอยู่ที่ 0.3%
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจบริษัทเอกชนของกระทรวงการคลังในเดือนมี.ค.พบว่า กำไรปกติของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 โดยมีกระแสความนิยมใน AI ทั่วโลก และความต้องการด้านดิจิทัล เป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทยังคงต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
บททดสอบ ’ทาคาอิจิ‘
นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ในการรักษาความเชื่อมั่นจากทั้งประชาชนและนักลงทุน
แม้ว่ามาตรการเยียวยาฉุกเฉินและเงินอุดหนุนค่าพลังงานรอบใหม่ผ่านงบประมาณเพิ่มเติมจะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนที่กำลังประสบปัญหาค่าครองชีพ แต่การเปลี่ยนท่าทีไปมาของเธอเกี่ยวกับความจำเป็นในการจัดหาเงินทุนเพิ่มสำหรับมาตรการเหล่านี้ อาจสร้างความไม่แน่ใจให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับแผนการคลังของรัฐบาล
แต่สิ่งที่ยังต้องติดตามกันต่อไปคือ สงครามในอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างไรในระยะยาว เนื่องจากความขัดแย้งยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง
ขณะเดียวกัน ทาคาอิจิและทีมงานก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าว ทั้งในเรื่องของขนาดวงเงินและแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะนำมาใช้

