การเลี้ยงรับรองแขกบ้านแขกเมืองของเจ้าภาพอย่าง “จีน” นั้น ไม่เคยเสียชื่อในแง่ของการเลี้ยงดูปูเสื่อและการให้เกียรติแขกผู้มาเยือน โดยเฉพาะเมื่อเป็นการต้อนรับผู้นำมหาอำนาจอย่างประธานาธิบดีสหรัฐ "โดนัลด์ ทรัมป์" รายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่ผังที่นั่ง เมนูอาหาร ไปจนถึงรายชื่อแขกในแต่ละโต๊ะ ล้วนสะท้อน “สารทางการเมือง” ที่ปักกิ่งต้องการส่งออกมาแทบทั้งสิ้น
งานเลี้ยงรับรองระดับรัฐครั้งนี้จัดขึ้นที่ “มหาศาลาประชาชน” ใจกลางกรุงปักกิ่ง หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งทั่วโลกจับตาท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า เทคโนโลยี ไต้หวัน และสงครามในตะวันออกกลาง แต่บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงกลับถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยภาพของ “เสถียรภาพ” และ “มิตรภาพระหว่างมหาอำนาจ”
จุดที่ถูกจับตาที่สุดคือ “โต๊ะหลัก” ซึ่งตามธรรมเนียมการทูตจีน ที่นั่งด้านขวาของเจ้าภาพถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุด และสะท้อนระดับความใกล้ชิดทางการเมืองอย่างชัดเจน
โต๊ะหลักครั้งนี้มีเพียง 12 ที่นั่ง เล็กกว่างานเลี้ยงสมัยที่ทรัมป์เยือนจีนครั้งแรกในปี 2017 อย่างมาก โดยในครั้งนั้นมีที่นั่งถึง 23 ที่นั่ง
ในครั้งนี้ "ฝั่งจีน" ประกอบด้วย ปธน.สี จิ้นผิง, นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง, รัฐมนตรีต่างประเทศหวัง อี้ , รองนายกรัฐมนตรีเหอ ลี่เฟิง และเซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐ
ส่วน "ฝั่งสหรัฐ" นอกจากทรัมป์แล้ว ยังมีรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ, รัฐมนตรีคลังสก็อตต์ เบสเซนต์ , เดวิด เพอร์ดู เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีน รวมถึงบุตรชายอย่างอีริก ทรัมป์ และลูกสะใภ้ลารา ทรัมป์
หนึ่งในจุดที่นักสังเกตการณ์พูดถึงมากคือการที่ “หวัง อี้” และ “เหอ ลี่เฟิง” ได้รับการขยับขึ้นมานั่งโต๊ะหลัก หลังจากทั้งสองเคยนั่งโต๊ะรองมาก่อนในปี 2017 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทั้งคู่ในยุคที่จีนต้องรับมือทั้งความเสี่ยงภูมิรัศาสตร์ สงครามการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐ
แต่สีสันของงานไม่ได้อยู่แค่โต๊ะผู้นำเท่านั้น เพราะโต๊ะอื่นๆ ก็ถูกจัดวางเหมือน “แผนที่อำนาจ” ของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ภายในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำครั้งนี้ มีทั้งหมด 7 โต๊ะ ไม่มี "ซีอีโอ" คนใดเลยที่ได้นั่งโต๊ะหลักร่วมกับทรัมป์และสี ซีอีโอและผู้บริหารบริษัทชั้นนำสหรัฐเกือบ 20 คนที่ติดตามทรัมป์มาร่วมเดินทางเยือนจีนครั้ง และบรรดาซีอีโอของบริษัทใหญ่ในจีนเอง ถูกจัดที่นั่งกระจายกันไปทั้ง 7 โต๊ะ ดังนี้
โต๊ะที่ 2 คือโต๊ะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ นำโดยรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐและจีน อย่าง "พีท เฮกเซธ" และ "ตง จุน" ขณะที่โต๊ะที่ 5 และ โต๊ะที่ 6 คือโต๊ะเจ้าหน้าของทั้งสองประเทศ
โต๊ะที่ 3 คือโต๊ะซีอีโอในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี, ยานยนต์ และภาคการผลิต แต่ดูเหมือนจะเน้นไปที่เทคโนโลยีและ AI อย่างชัดเจน ฝ่ายสหรัฐนำโดย "อีลอน มัสก์" แห่ง Tesla, "ทิม คุก" แห่ง Apple, เจนเซน หวง แห่ง "Nvidia" ส่วนฝ่ายจีนนำโดย โจว กุนเฟย แห่ง Lens Technolog, หลู เว่ยติง แห่ง Wanxiang Group และ เกา ฮุย แห่ง Fuyao Glass
โต๊ะที่ 4 คือโต๊ะซีอีโอในกลุ่มเทคและการเงิน ฝ่ายสหรัฐนำโดย "เดวิด โซโลมอน" แห่ง Goldman Sachs และ "แลร์รี ฟิงก์" แห่ง BlackRock ในขณะที่ฝ่ายจีนนำโดย "เล่ย จุน" แห่ง Xiaomi
โต๊ะสุดท้ายโต๊ะที่ 7 คือโต๊ะซีอีโอและผู้บริหารในกลุ่มการเงินและการบิน ฝ่ายสหรัฐนำโดย "เจน เฟรเซอร์" จาก Citi, "สตีเฟน ชวาซแมน" จาก Blackstone, เคลลี ออร์ตเบิร์ก จาก Boeing และซีอีโอจาก Visa และ Mastercard ส่วนฝ่ายจีนนำโดย เก๋อ ไห่เจา จาก Bank of China, เหลียว หลิน จาก ICBC และ หลิว ตี่เซียง จาก Air China
ทั้งหมดสะท้อนว่า สำหรับจีน “โต๊ะอาหาร” ไม่ได้มีไว้เพียงเลี้ยงรับรอง แต่เป็นพื้นที่จัดวางลำดับความสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ และอำนาจของโลกในเวลาเดียวกัน
เปิดเมนูที่ปักกิ่งตั้งใจเลือก
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมากไม่แพ้ผังที่นั่งก็คือ เมนูอาหารค่ำที่จีนใช้รับรองทรัมป์และคณะ ซึ่งดูเหมือนจะตั้งใจผสมผสานทั้งอาหารจีนดั้งเดิมและรายละเอียดที่ “เอาใจแขก” เป็นพิเศษ โดยเมนูทั้งหมดประกอบด้วย
- อาหารเรียกน้ำย่อย (ออร์เดิร์ฟ)
- ล็อบสเตอร์ในซุปมะเขือเทศ
- ซี่โครงเนื้อกรอบ
- เป็ดปักกิ่ง
- ผักตามฤดูกาลตุ๋น
- แซลมอนตุ๋นซอสมัสตาร์ด
- ซาลาเปาหมูทอด
- ขนมอบสไตล์อิตาลี Sfogliatella (ซโฟเลียเทลล่า)
- ทีรามิสุ
- ผลไม้และไอศกรีม
การเลือกเมนูดังกล่าวดูเหมือนต้องการนำเสนออาหารขึ้นชื่อของปักกิ่ง โดยเฉพาะ "เป็ดปักกิ่ง" และเมนูเส้นแป้งสาลีราดซอสถั่วเหลืองหมัก
(ภาพประกอบเท่านั้น)
เมนูครั้งนี้ยังแตกต่างจากการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์ในปี 2017 ซึ่งเชฟของปักกิ่งในครั้งนั้นเคยจัดเมนูไก่กังเปา (กงเป่าจีติง) และสเต๊กเนื้อตุ๋นซอสมะเขือเทศ เพื่อเลียนแบบอาหารสไตล์ comfort food ที่ทรัมป์ชื่นชอบ
อย่างไรก็ตาม รสนิยมส่วนตัวของทรัมป์ยังถูกนำมาพิจารณาในงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะเมนูซี่โครงเนื้อย่างผิวนอกกรอบข้างในชุ่มฉ่ำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเอาใจทรัมป์ที่ชื่นชอบสเต๊กแบบ well-done
ย้อนกลับไปในปี 2017 ระหว่างที่สี จิ้นผิง เดินทางเยือนมาร์อาลาโก เชฟของทรัมป์ก็เคยจัดเมนูสเต๊ก New York strip แบบ dry-aged เกรดพรีเมียมต้อนรับผู้นำจีนด้วย
ดูเหมือนปักกิ่งจะยังจดจำรายละเอียดดังกล่าวได้ในการจัดเลี้ยงครั้งนี้ ซึ่งแตกต่างจากธรรมเนียมงานเลี้ยงระดับรัฐของจีนที่โดยปกติมักใช้ “อาหารสไตล์หวยหยาง” (Huaiyang Cuisine) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตระกูลอาหารจีนที่เก่าแก่และได้รับการยกย่องสูงสุด เป็นหลัก
ภายในห้องจัดเลี้ยงยังตกแต่งด้วยสวนจำลอง ทะเลสาบขนาดเล็ก หงส์ และอาคารจีนขนาดย่อส่วน สร้างบรรยากาศคล้ายสวนหลวงจีนแบบดั้งเดิม ก่อนเริ่มงาน ทรัมป์กล่าวชนแก้วยกย่องความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ พร้อมพูดติดตลกว่า ร้านอาหารจีนในอเมริกามีจำนวนมากกว่าร้านฟาสต์ฟู้ด 5 แบรนด์ใหญ่รวมกันทั้งหมด
ด้านสี จิ้นผิง กล่าวย้ำว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐคือ “ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดของโลก” พร้อมเตือนว่า ทั้งสองฝ่าย “ต้องไม่ทำให้มันพัง”
แม้เบื้องหลังการประชุมจะยังเต็มไปด้วยการแข่งขันด้านเทคโนโลยี การค้า และไต้หวัน แต่ในค่ำคืนที่มหาศาลาประชาชน ปักกิ่งอาจพยายามส่งภาพอีกด้านออกไปว่า อย่างน้อยบนโต๊ะอาหาร จีนและสหรัฐก็ยังสามารถนั่งร่วมโต๊ะกันอย่างรื่นรมย์ได้อยู่
ที่มา: Reuters, New York Post

