สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางพันธบัตรสหรัฐ หลังราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยต้องอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดเอาไว้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.05% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้นใกล้ 4.52% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 1 ปีทั้งคู่เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ กระตุ้นความกังวลด้านอุปทาน
แรงขายยังลุกลามไปยังตลาดอื่น โดยเมื่อวันพฤหัสบดีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปี ปรับขึ้น 3 เบซิสพอยต์ แตะ 2.620% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 1997 และวันนี้บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีของญี่ปุ่นพุ่งแตะ 4% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มออกขายในปี 1999 ส่วนบอนด์ยีลด์อายุ 20 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 และบอนด์ยีลด์อายุ 40 ปี ก็แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มออกขายในปี 2007 เช่นกัน
ด้านบอนด์ยีลด์ออสเตรเลียกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง ส่วนบอนด์ยีลด์ในยุโรปปรับตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์นี้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ยังพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤติซับไพรม์ในปี 2007 โดยการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีวงเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ได้อัตราผลตอบแทนที่ 5.046%
ครั้งสุดท้ายที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ถูกประมูลไปด้วยยีลด์ในอัตรา 5% คือเมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ฟองสบู่ซับไพรม์จะระเบิดเป็นวิกฤติการเงินโลกในปีถัดมา และนับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีฉบับใดเลยที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 4.75%
ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 30 ปีที่ต่ำที่สุด อยู่ที่ 1.25% ในการประมูลเมื่อเดือนพ.ค. 2563 หลังจากการระบาดของโควิดเริ่มต้นขึ้น
“การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ทั่วโลกถือว่าน่ากังวลพอสมควร” ปราชานต์ นิวานาฮา นักกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยเอเชียแปซิฟิกอาวุโสของ TD Securities ในสิงคโปร์กล่าว “หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับตลาดพันธบัตร”
แรงเทขายทั่วโลกครั้งนี้มีต้นตอมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามตั้งแต่เดือนมี.ค. ซึ่งกระตุ้นเงินเฟ้อและดันต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลทั่วโลกให้สูงขึ้น
ข้อมูลทางเศรษฐกิจตลอดทั้งสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยสัญญาณของภาวะเงินเฟ้อขาขึ้น ญี่ปุ่นรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตที่สูงขึ้น ส่วนในสหรัฐเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่า "ธนาคารกลางทั่วโลก" จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในปีนี้
“ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ฝังตัวกำลังแพร่กระจาย” เคนเนธ ครอมป์ตัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยของ National Australia Bank ในซิดนีย์ กล่าวพร้อมระบุว่า ญี่ปุ่นและอังกฤษเผชิญความกังวลด้านการคลังที่กระตุ้นเงินเฟ้ออยู่แล้ว แต่ปัจจัยดังกล่าวกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในสหรัฐเช่นกัน

