พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาตร์รางวัลโนเบลวิจารณ์เดือดทรัมป์พบสี ชี้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐผู้ล้มเหลวไร้ทิศทาง ก้มหัวอ้อนวอนต่อสี จิ้นผิง และทรัมป์ถูกคนจีนดูถูก
จากบทความในสื่อโซเชียล Substack.com วันที่ 14 พ.ค. พอล ครุกแมน (Paul Krugman) เท้าความว่า หนึ่งในคำกล่าวอ้างสำคัญของโดนัลด์ ทรัมป์ คือ โจ ไบเดน ทำให้อเมริกากลายเป็น “ตัวตลกของโลก” และตัวเขาเองต่างหากที่ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพนับถือบนเวทีโลกอีกครั้ง
แต่ความจริงกลับเป็นตรงกันข้าม ผลจากนโยบายเอาแต่ใจตัวเองและทำลายตัวเองของทรัมป์ ทำให้คนจำนวนมากทั่วโลกในตอนนี้ดูถูกทั้งตัวเขาและอเมริกาโดยรวม ครุกแมนอ้างสื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐเดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานก่อนหน้าการเยือนปักกิ่งของทรัมป์ไม่นาน ตอนนี้ชาวจีนพูดถึง “ความเสื่อมถอยของอเมริกา” เป็นเรื่องปกติ และเรียกทรัมป์ว่าเป็น “ตัวเร่งการผุพังของอเมริกา”
จีนเองก็มีปัญหารุมเร้า
อย่างไรก็ตาม ครุกแมน ชี้ว่า จีนเองก็มีปัญหาใหญ่ในประเทศอยู่ไม่น้อย จีนกำลังเผชิญวิกฤตด้านโครงสร้างประชากร: ประชากรวัยทำงานของจีนหดตัวลงต่อเนื่องมานานกว่าทศวรรษ เศรษฐกิจมีความบิดเบี้ยวอย่างลึกซึ้ง พึ่งพาดุลการค้าเกินดุลที่ไม่ยั่งยืนและการลงทุนที่ไร้ประสิทธิภาพเพื่อชดเชยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ไม่เพียงพอ การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง อัตราว่างงานในกลุ่มเยาวชนอยู่ในระดับสูง ความไม่พอใจในสังคมเพิ่มขึ้น เพียงแต่ถูกกดไว้ด้วยมาตรการแบบรัฐตำรวจอำนาจนิยม
“แต่ถึงจีนจะมีปัญหาในประเทศมากมายเพียงใด ทว่าในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ จีนกลับกำลังอยู่ในขาขึ้น การเยือนปักกิ่งของทรัมป์เปรียบได้กับทัศนศึกษาของผู้นำแบบอำนาจนิยมจำแลงที่ล้มเหลวและไร้ทิศทาง ซึ่งต้องไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากผู้นำเผด็จการตัวจริงที่บริหารประเทศที่จริงจังกว่ามาก ให้ช่วยดึงเขาออกจากหายนะที่ตัวเองเป็นคนก่อ” ครุกแมนกล่าว
อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งของการที่จีนขึ้นมาเทียบเคียงได้ และอเมริกาถดถอยลงเมื่อเทียบกับจีน เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นก่อนยุคความโกลาหลแบบทรัมป์อยู่แล้ว ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนแซงหน้าสหรัฐไปเมื่อราว 15 ปีก่อน และจีนก็กลายเป็น “โรงงานของโลก” ไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก
ขนาดโดยรวมของ เศรษฐกิจจีน เมื่อวัดแบบอำนาจซื้อเท่าเทียม (purchasing power parity) คือคำนึงถึงระดับราคาที่ต่ำกว่าของจีน แซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว แม้ว่า GDP ของจีนเมื่อวัดเป็นดอลลาร์ยังต่ำกว่าสหรัฐอยู่มาก
จีนยังคงยากจนกว่าสหรัฐโดยรายได้ต่อหัวอยู่ราวหนึ่งในสามของระดับสหรัฐ แต่แม้สหรัฐยังมีผลิตภาพแรงงานและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงกว่า จีนก็ไล่ตามเรามานานแล้ว และลดช่องว่างลงอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ GDP ต่อหัวของจีนยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ช่วยซ่อนความจริงที่ว่าภาคเทคโนโลยีของจีนมีความก้าวหน้าสูงมาก ในหลายด้านก็ทัดเทียมกับสิ่งที่ดีที่สุดในโลกตะวันตก
ดังที่กล่าว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนยุคความโกลาหลแบบทรัมป์ทั้งสิ้น แต่กระนั้น ทรัมป์ก็ยังทำให้อเมริกาอ่อนแอลงอย่างมหาศาลในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เท่ากับทิ้ง “ไพ่ดี” ที่สหรัฐมีอยู่ไปอย่างสิ้นเปลือง
อย่างไรหรือ? ลองไล่ดูกันทีละข้อ
ข้อแรก ก่อนยุคทรัมป์ สหรัฐมีข้อได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์สำคัญเหนือจีนอยู่อย่างหนึ่ง: สหรัฐเป็นผู้นำพันธมิตรของกลุ่มประเทศที่ผูกพันกันด้วยคำมั่นร่วมกันต่อระบอบประชาธิปไตย
จากกราฟิก ขนาดเศรษฐกิจสหรัฐในภาพรวมถูกเศรษฐกิจจีนแซงหน้ามานานกว่าทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกนาโตทั้งหมดเข้าด้วยกัน ขนาดเศรษฐกิจรวมยังใหญ่กว่าจีนมาก และหากนับ “โลกเสรี” ที่ครอบคลุมถึงพันธมิตรนอกนาโตอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ ด้วยแล้ว ความเหนือกว่าของกลุ่มประชาธิปไตยยิ่งขยายตัวขึ้นไปอีก ทว่าเพราะทรัมป์ ทุกวันนี้ชาติที่เคยจับมือกับประชาธิปไตยเหล่านั้น ควรถูกเรียกว่า “อดีต” พันธมิตรมากกว่า
ทรัมป์ ประกาศว่าสมาชิกนาโตเป็น “พวกไร้ประโยชน์” เพราะพวกเขาไม่ยอมช่วยเขาให้หลุดพ้นจากหายนะในสงครามอิหร่านของตัวเขาเอง
ครุกแมนตั้งคำถาม แล้วทำไมพวกเขาต้องช่วย? และครุกแมนตอบเองว่า ทรัมป์ฉีกทิ้งข้อตกลงการค้าทั้งหมดที่อเมริกาเคยลงนาม เขาเรียกร้องให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้เดนมาร์กยกกรีนแลนด์ให้สหรัฐ เขาหนุนหลังรัฐบาลออร์บานที่ต่อต้านยุโรปในฮังการี และยิ่งแสดงให้เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเขาหนุนหลังความพยายามของรัสเซียในการรุกรานยูเครน ตอนนี้เขาคาดหวังให้ประเทศที่เขาดูหมิ่นและหักหลังทุกครั้งที่มีโอกาส กลับมาช่วยเขาในสงครามที่เขาเป็นคนเริ่มเสียเอง แน่นอน การข่มขู่และโอดครวญเคยได้ผลสำหรับทรัมป์ตลอดชีวิตที่เติบโตมาในครอบครัวอภิสิทธิ์ชนของเขา แต่มันใช้ไม่ได้กับรัฐอธิปไตยที่ยังมีศักดิ์ศรีของตนเอง
จีนชนะขาดเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
ครุกแมน กล่าวต่อไปว่า แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกเหนือจากการทำลายพันธมิตรของตัวเองแล้ว “ทรัมป์ยังทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อสาปให้อเมริกาตกอยู่ในสภาพล้าหลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
ขณะที่จีนอยู่แถวหน้าของการปฏิวัติเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าสะอาด ฝ่ายบริหารของทรัมป์กลับหมกมุ่นอยู่กับการต่อต้านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น กระทรวงกลาโหมใช้ข้ออ้างด้านความมั่นคงแห่งชาติอันเป็นเท็จเพื่อสกัดกั้นการพัฒนาพลังงานลมแทบทั้งหมดในสหรัฐ ในช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญการพุ่งขึ้นอย่างมากของค่าไฟฟ้าเพราะศูนย์ข้อมูลกินไฟมาก ครุกแมนสะท้อนภาพสหรัฐ
ในการให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทย ยืนยันว่า โซลาร์ฟาร์มไร้ประโยชน์เพราะ “พอพระอาทิตย์ตก พวกมันก็ผลิตไฟฟ้าเป็นศูนย์” ส.ส. จาเร็ด ฮัฟฟ์แมน ตอบว่า
“ท่านประธาน ผมขออนุญาตบันทึกสิ่งประดิษฐ์สุดมหัศจรรย์ชิ้นนี้ลงในบันทึกการประชุม ซึ่งดูเหมือนว่าเลขาธิการจะยังไม่รู้จัก นี่คือ แบตเตอรี่ จีนเขารู้จักแล้ว นั่นคือเหตุผลที่เขากำลังกินรวบเราในเรื่องพลังงานสะอาด”
จีนกำลัง “กินรวบ” เราจริง ๆ ในด้านพลังงานสะอาด ปีที่แล้ว พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมคิดเป็นส่วนใหญ่ของการเติบโตทั้งหมดในกำลังการผลิตไฟฟ้าของจีน ครุกแมนกล่าวเสริม
และนโยบายพลังงานที่หมกมุ่นอยู่กับอดีตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างใหญ่กว่า คือการหันหลังให้กับอนาคต เมื่อขบวนการมากา MAGA ทำสงครามกับวิทยาศาสตร์โดยรวม ครุกแมนวิพากษ์สโลแกน MAGA ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
นโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ ซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นหนทางฟื้นฟูภาคการผลิตของอเมริกา กำลังล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในเป้าหมายนั้น ทว่าในอีกด้านหนึ่งมันกลับทำให้เห็นภาพอย่างชัดเจนถึงความอ่อนแอของสหรัฐเมื่อเทียบกับจีน ซึ่งสามารถรับผลกระทบจากภาษีศุลกากรของทรัมป์ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าสามารถตอบโต้ได้อย่างรุนแรงด้วยการตัดการส่งออกแร่หายาก ทำให้จีนถือไพ่เหนือกว่า ครุกแมนระบุ
และตอนนี้ แน่นอนว่าทรัมป์กำลังเดินทางเยือนจีนภายใต้ฉากหลังของความพ่ายแพ้อันน่าอับอายในอ่าวเปอร์เซียต่อมือของอิหร่านประเทศที่จีนให้การสนับสนุนมานานแล้วผ่านการซื้อน้ำมันและการโอนถ่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร)
ดังนั้น ผู้นำที่เคยวางท่าเยื้องย่างอย่างกร่างอย่างทรัมป์ จึงจำต้องนั่งเครื่องบินไปปักกิ่งในฐานะผู้มาขอความช่วยเหลือ หวังให้สี จิ้นผิง เสนอข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่จะช่วยพาเขาหลุดพ้นจากหายนะแห่งการเมืองภายในประเทศและความล้มเหลวในเวทีระหว่างประเทศที่เขาก่อขึ้นเอง ใช่ สีอาจจะยอมซื้อถั่วเหลืองเล็กน้อยเพื่อช่วยเกษตรกรอเมริกันที่กำลังย่ำแย่ และอาจจะโยนดีลบางอย่างให้ผู้บริหารบริษัทที่เดินทางมากับทรัมป์เพื่อช่วยรักษาหน้า
“แต่มั่นใจได้เลยว่าจีนจะใช้สถานะที่อ่อนแอของทรัมป์ให้เป็นประโยชน์สูงสุดของตนเอง กดดันเรียกร้องเงื่อนไขเกี่ยวกับไต้หวัน ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ทรัมป์ทำลายความน่าเชื่อถือที่เหลืออยู่ของสหรัฐกับสงครามที่ล้มเหลว
ช่างเป็นภาพที่น่าเศร้าและน่าสมเพช” ครุกแมนสรุป

