วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ถอดนัยแฝง ‘เทียนถาน’ จีนกำลังส่งสารอะไรถึงสหรัฐ ?

ถอดนัยแฝง ‘เทียนถาน’ จีนกำลังส่งสารอะไรถึงสหรัฐ ?

ท่ามกลางโลกที่ลุกเป็นไฟจากสงคราม และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ จีนเลือกใช้ ‘เทียนถาน’ ศาสนสถานโบราณอายุกว่า 600 ปี เป็นเวทีต้อนรับ ปธน.ทรัมป์ นักวิเคราะห์มองว่า ปักกิ่งกำลังใช้ ‘สัญลักษณ์แห่งสวรรค์’ ส่งสารถึงสหรัฐว่า การอยู่ร่วมกันอาจสำคัญกว่าการเผชิญหน้า

แม้จะเป็นเพียง “การเดินชมสถานที่ประวัติศาสตร์” แต่สำหรับจีนแล้ว การพาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เยือน “เทียนถาน” (天坛) หรือ Temple of Heaven กลางกรุงปักกิ่ง อาจเป็นหนึ่งในฉากการทูตที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดที่สุดของการพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ครั้งนี้

ภายใต้บรรยากาศตึงเครียดของโลก ทั้งสงครามอิหร่าน ความขัดแย้งด้านการค้า เทคโนโลยี และไต้หวัน จีนกลับเลือกใช้ “สัญลักษณ์” มากกว่าถ้อยคำ เพื่อส่งสารถึงสหรัฐ และประชาคมโลก

“เทียนถาน” ซึ่งมีอายุกว่า 600 ปี ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานสำคัญของจีน แต่เคยเป็นสถานที่ ที่จักรพรรดิราชวงศ์หมิง และชิงใช้ประกอบพิธี “ขอพรจากสวรรค์” เพื่อให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ และยืนยันความชอบธรรมของผู้ปกครองตามแนวคิด “อาณัติแห่งสวรรค์” หรือ เทียนมิ่ง (天命)

ในแนวคิดจีนโบราณ จักรพรรดิถูกมองว่าเป็น “โอรสแห่งสวรรค์” ผู้ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ และจะมีสิทธิปกครองได้ก็ต่อเมื่อสามารถรักษาความสงบ และเสถียรภาพของบ้านเมืองไว้ได้

ถ้าประเทศสงบ เก็บเกี่ยวดี ไม่มีภัยพิบัติ คนจีนสมัยก่อนจะเชื่อว่า “สวรรค์ยังสนับสนุนผู้ปกครอง”

แต่ถ้าเกิดน้ำท่วม อดอยาก กบฏ หรือสงครามหนัก คนจะเริ่มคิดว่า “ฟ้าถอนอาณัติแล้ว”

ถอดนัยแฝง ‘เทียนถาน’ จีนกำลังส่งสารอะไรถึงสหรัฐ ?

- ภาพ ปธน.สี จิ้นผิง กับทรัมป์หน้าหอสักการะฟ้าเทียนถาน -

นักวิเคราะห์มองว่า การที่สี จิ้นผิง เลือกพาทรัมป์มายังสถานที่แห่งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นการสื่อสารหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งเรื่อง “สันติภาพ” “ความมั่นคง” “ความรุ่งเรือง” ไปจนถึงภาพของจีนในฐานะอารยธรรมเก่าแก่ที่ยังคง “มั่นคง” ท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วน

ระหว่างการเยือน ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ปรากฏตัวร่วมกันที่ “หอฟ้าสักการะฟ้าเทียนถาน” พร้อมถ่ายภาพร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่สื่อทางการจีนรายงานว่า ทรัมป์กล่าวชื่นชมจีนว่าเป็นประเทศที่ “สวยงาม”

สำหรับหลายฝ่าย ภาพดังกล่าวไม่ใช่แค่พิธีการทางการทูต แต่สะท้อนความพยายามของปักกิ่งในการสร้างภาพ “ความกลมกลืน” และ “การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ” ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญแรงกระแทกจากภูมิรัฐศาสตร์

หวังตี้ นักประวัติศาสตร์ และศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยมาเก๊า มองว่า “ความคลุมเครือเชิงสัญลักษณ์” ของเทียนถาน คือสิ่งที่จีนตั้งใจใช้ เพราะเปิดทางให้แต่ละฝ่ายตีความได้ต่างกัน และช่วยให้ปักกิ่งสามารถส่งสารหลายแบบพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับทรัมป์

จาก “บทสนทนายามค่ำบนเกาะอิ๋งไถ” ระหว่างอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ภายในจงหนานไห่ ไปจนถึงงานเลี้ยงน้ำชาของทรัมป์ใน “พระราชวังต้องห้าม” เมื่อปี 2017 จีนใช้ “สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจ” เป็นส่วนหนึ่งของการส่งสารทางการเมืองมาโดยตลอด

นักวิเคราะห์มองว่า ทุกสถานที่ ที่จีนเลือกใช้ในการรับรองผู้นำต่างชาติ ล้วนมี “ความหมายทางการเมือง” ซ่อนอยู่ ทั้งระดับความอบอุ่น ความสำคัญ และทิศทางความสัมพันธ์ที่ปักกิ่งต้องการสื่อออกไป

ซุนเฉิงห่าว นักวิจัยของศูนย์ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว มองว่า “การขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์” ในอดีต อาจกำลังถูกแทนที่ด้วย “การขอพรทางเศรษฐกิจ” ในยุคปัจจุบัน เพราะสิ่งที่วอชิงตัน และปักกิ่งต้องการในตอนนี้ อาจไม่ใช่แค่การลดความตึงเครียดทางการเมือง แต่รวมถึง “ผลเก็บเกี่ยวทางเศรษฐกิจ” ไม่ว่าจะเป็นการค้าสินค้าเกษตร เสถียรภาพเศรษฐกิจ หรือการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามจนกระทบเศรษฐกิจโลกมากไปกว่านี้

โดยเฉพาะทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากเกษตรกรอเมริกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ประเด็นการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ธัญพืช และเนื้อสัตว์ จึงถูกคาดว่าเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือกับสี จิ้นผิง

วิคเตอร์ เกา ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยซูโจว และรองประธานศูนย์เพื่อจีน และโลกาภิวัตน์ กล่าวว่า การเยือนในวันพฤหัสบดี ครั้งนี้สะท้อนความหวังต่อ “สันติภาพ” และ “การพัฒนาร่วมกัน”

เกา ซึ่งเป็นอดีตนักการทูต และอดีตล่ามของกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า เขาเคยติดตาม  “เฮนรี คิสซิงเจอร์” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ไปเยือนเทียนถานเมื่อปี 1985 และจำได้ว่า คิสซิงเจอร์ เคยอธิบายสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นตัวแทนของ “ความกลมกลืนระหว่างมนุษย์ โลก และสวรรค์”

เกายังกล่าวด้วยว่า หวังให้ทรัมป์ใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้ เพื่อเข้าใจความลึกซึ้งของประเพณี และประวัติศาสตร์จีนมากขึ้น และตระหนักว่า “การที่จีน และสหรัฐทำงานร่วมกัน คือ หนทางที่ถูกต้อง”

ในอีกมุมหนึ่ง การพาทรัมป์ไปยังเทียนถาน ยังเป็นการตอกย้ำว่า จีนมองความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ไม่ใช่เพียง “ดีลระยะสั้น” แบบธุรกรรมการค้า แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ควรถูกวางอยู่บนกรอบ “ระเบียบโลก” และ “ประวัติศาสตร์ระยะยาว”

ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญสงคราม ความแตกแยก และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ภาพของผู้นำสหรัฐ และจีนยืนอยู่ใต้สถาปัตยกรรมโบราณที่เคยใช้ “สื่อสารกับสวรรค์” จึงอาจเป็นมากกว่าภาพถ่ายทางการทูต

เป็นความพยายามของปักกิ่งในการส่งสารว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปกคลุมโลกในวันนี้ จีนยังคงต้องการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ “กลับคืนสู่สมดุล” การอยู่ร่วมกัน และเสถียรภาพ มากกว่าการปล่อยให้ไปสู่การเผชิญหน้าอย่างไร้ทางออก
 

 

 

อ้างอิง: channelscmp

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์