วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

Alphabet ออกหุ้นกู้ 5 สกุลเงิน กวาดเงินทั่วโลก 2.1 ล้านล้าน ลุยศึก AI

Alphabet ออกหุ้นกู้ 5  สกุลเงิน กวาดเงินทั่วโลก 2.1 ล้านล้าน ลุยศึก AI

มหากาพย์ระดมทุน Alphabet มูลค่า 2.1 ล้านล้านบาท ด้วยการออกหุ้นกู้ 5 สกุลเงินภายใน 4 เดือน กวาดเงินทั่วโลก ลุยปั้นอาณาจักร AI

บลูมเบิร์กรายงานว่า อัลฟาเบท (Alphabet)  บริษัทแม่ของกูเกิล (Google) กำลังสร้างปรากฏการณ์ในตลาดการเงินโลกด้วยการเปิดขายพันธบัตร หรือ “หุ้นกู้” ในหลายสกุลเงินติดต่อกัน 

การระดมทุนในสกุลเงินยูโรและดอลลาร์แคนาดาเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงสกุลเงินปอนด์และฟรังก์สวิสในช่วงก่อนหน้า  และล่าสุดในสกุลเงินเยน หากการขายหุ้นกู้นี้เสร็จสิ้น Alphabet จะมียอดระดมทุนรวมสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 2.1 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน ซึ่งถือเป็นการกู้ยืมเงินครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาคธุรกิจ

ดึงสภาพคล่องทั่วโลก เพื่อปั้น AI

ขนาดของการระดมทุนในครั้งนี้มหาศาลกว่าการออกหุ้นกู้ตลอด 26 ปีแรกของบริษัทถึง 4 เท่า สะท้อนถึงความจำเป็นในการใช้เม็ดเงินจำนวนมากเพื่อพัฒนา AI ซึ่งคาดว่าทั่วโลกต้องใช้งบลงทุนรวมเกือบ 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรไปแล้วกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงขึ้น

ขณะนี้ ธนาคารหลายแห่งในสหรัฐพยายามปรับตัวตามแบบ Alphabet โดยหันไปพึ่งพาตลาดเงินต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากตลาดสหรัฐเพียงแห่งเดียวอาจไม่สามารถรองรับความต้องการกู้ยืมมหาศาลขนาดนี้ได้ 

นันดา คามัตหัวหน้าฝ่ายการเงินโครงการระดับโลกของ Royal Bank of Canada ระบุว่า "ความเป็นจริงคือมีความต้องการเงินทุนจำนวนมาก พวกเขาจึงต้องดึงสภาพคล่องจากทุกแหล่งที่มีอยู่"  ซึ่งคามัต เพิ่งนำทีมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์แคนาดา ให้กับ Alphabet ซึ่งเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคนาดา

Alphabet ขึ้นแท่นเจ้าหนี้รายใหญ่  

ในชั่วข้ามคืน Alphabet กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยหนี้สกุลเงิน ยูโร ของบริษัทมีมูลค่าสูงถึง 2.2 หมื่นล้านยูโร จัดเป็นอันดับ 8 ของกลุ่มบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน แซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีอย่าง BMW AG และ Mercedes-Benz Group AG และคาดว่าภายในสิ้นสัปดาห์นี้ Alphabet จะกลายเป็นผู้ออกตราสารหนี้ภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น

ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะยังคงเติบโต แต่ในตลาดตราสารหนี้เริ่มมีสัญญาณความตึงเครียด เนื่องจากปริมาณหนี้ที่ออกมามากเกินไปอาจทำให้ผลตอบแทนลดต่ำลงเมื่อเทียบกับตราสารหนี้คุณภาพสูงประเภทอื่น

รอรี่ แซนดิแลนด์ส ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Aegon Asset Management และ สจวร์ต ชิลเวอร์ส ผู้จัดการกองทุนจาก Rathbones ต่างให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ความไม่แน่นอนของปริมาณหุ้นกู้ที่จะเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นกู้เดิมที่เคยออกไปก่อนหน้านี้ และอาจทำให้นักลงทุนเริ่มเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อรองรับอุปทานส่วนเกินที่ล้นตลาดในปัจจุบัน

การรุกตลาดต่างประเทศของยักษ์เทคโนโลยีสร้างความกังวลต่อนักลงทุน โดย จิม ฟิตซ์แพทริก (Jim Fitzpatrick) หัวหน้าฝ่ายวิจัยพันธบัตรคุณภาพสูงจาก Allspring Global Investments ตั้งคำถามว่า "การออกพันธบัตร AI จำนวนมากเช่นนี้ ทำให้เราสงสัยว่าถึงจุดไหนที่มันจะมากเกินไป"

ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าอาจเกิดภาวะ "เบียดบัง" บริษัทในท้องถิ่นที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

อ้างอิง Bloomberg