ยอดล้มละลายของบริษัทญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 6.6% ในเดือนเม.ย. แตะ 883 แห่ง 'ราคาสินค้าแพงขึ้น' เป็นหนึ่งในสาเหตุใหญ่ หลังค่าเงินเยนอ่อนค่า 'ซ้ำเติม' ต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ และพลังงานที่พุ่งสูงจากสงคราม
บริษัทวิจัยเครดิต Tokyo Shoko Research เผยแพร่รายงานล่าสุดในวันนี้ว่า จำนวนบริษัทในญี่ปุ่นที่ "ล้มละลาย" โดยมีหนี้สินอย่างน้อย 10 ล้านเยน (ราว 2 ล้านบาท) ในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 6.6% จากปีก่อน สู่ระดับ 883 แห่ง
ในจำนวนนี้ การล้มละลายที่มีสาเหตุมาจาก "ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น" อยู่ที่ 85 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดทำสถิติเป็นอันดับ 3 หลังค่าเงินเยนที่อ่อนค่าดันต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ และพลังงานเพิ่มขึ้น
ผลสำรวจระบุว่า นอกจากแรงกดดันด้านต้นทุนจากเงินเฟ้อแล้ว ค่าแรงที่สูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ก็กำลังค่อยๆ บั่นทอนผลกำไรของภาคธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทจำนวนมากเผชิญแรงกดดันด้านกระแสเงินสดมากขึ้น
นอกจากนี้ ผลกระทบด้านอุปทานจากภาวะขาดแคลนแนฟทา และราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังเพิ่มความกังวลมากขึ้นด้วย
เจ้าหน้าที่ของบริษัทวิจัย กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ “จะยิ่งรุนแรงขึ้นอีก” หากปัญหาการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จำนวนบริษัทล้มละลายอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนปีนี้
เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม พบว่าจำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนใน 7 ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคการก่อสร้าง การผลิต และค้าส่ง
ภาคก่อสร้างมีจำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้น 21.7% อยู่ที่ 185 แห่ง สะท้อนอุปสงค์การซื้อที่อยู่อาศัยที่อ่อนแอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาบ้านที่พุ่งสูง และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระดับสูง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

