แม้สหรัฐ และจีน ยังแข่งเดือดด้านการค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ แต่ล่าสุด ทั้งสองมหาอำนาจกลับมี ‘จุดร่วม’ สำคัญตรงกัน นั่นคือ ไม่ต้องการให้อิหร่านใช้อำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือทั่วโลก
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ และจีน เห็นพ้องตรงกันว่า “ไม่ควรปล่อยให้ประเทศใด” เรียกเก็บค่าผ่านทางการเดินเรือ ในช่องแคบฮอร์มุซได้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อวันอังคาร ซึ่งสะท้อนว่า สองประเทศกำลังพยายาม “หาจุดร่วม” ในการกดดันอิหร่านให้ยุติการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้
แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นก่อนการประชุมสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงในสัปดาห์นี้ ซึ่งประเด็นการที่อิหร่าน “บีบคอ” ช่องแคบฮอร์มุซ จะถูกหยิบยกขึ้นหารือ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้หารือเรื่องนี้ผ่านทางโทรศัพท์เมื่อเดือนเมษายน
“ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ไม่ควรปล่อยให้ประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางในการสัญจรผ่านน่านน้ำสากล เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ” ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับรอยเตอร์สเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการสนทนาดังกล่าว
ด้านสถานทูตจีนไม่ได้ปฏิเสธข้อมูลของสหรัฐเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว พร้อมระบุว่า หวังให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันฟื้นฟูการสัญจรผ่านช่องแคบกลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิดสงคราม
“การรักษาความปลอดภัย และเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงการทำให้การเดินเรือผ่านไปได้อย่างไม่ติดขัด เป็นผลประโยชน์ร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ” หลิว เผิงอวี่ โฆษกสถานทูตจีน กล่าวกับรอยเตอร์ส
แหล่งข่าวสองรายที่ได้รับทราบรายละเอียดการหารือระหว่างหวังกับรูบิโอ ระบุว่า รูบิโอ ได้หยิบยกประเด็น เรือจีนอาจต้องจ่ายค่าผ่านทางขึ้นมาพูด ซึ่งดูเหมือนเป็นความพยายามกดดันให้ปักกิ่งใช้อิทธิพลต่อเตหะรานมากขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้ง
ทั้งนี้ จีนยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์กำลังกดดันจีนให้ใช้อิทธิพลผลักดันให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตัน
ในการพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านครั้งต่อมา หวังกล่าวว่า ประชาคมโลกมี “ความกังวลร่วมกัน” ต่อการฟื้นฟูการเดินเรือที่ปลอดภัย และเป็นปกติผ่านช่องแคบแห่งนี้ พร้อมย้ำว่า จีนสนับสนุนอิหร่านในการ “ปกป้องอธิปไตย และความมั่นคงแห่งชาติ”
อ้างอิง: reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

