วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ยักษ์ฟาสต์ฟูดแข่งชิงดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อร้าน 'KFC - Pizza Hut' ทั่วเอเชีย

ยักษ์ฟาสต์ฟูดแข่งชิงดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อร้าน 'KFC - Pizza Hut' ทั่วเอเชีย

สื่อเผย 'ยัม ไชน่า - คาร์ไลล์ กรุ๊ป' แข่งเดือดซื้อกิจการร้านฟาสต์ฟูดดัง 'KFC' และ 'Pizza Hut' ในเอเชียจากจาร์ดีนในฮ่องกง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าว 2 รายที่เกี่ยวข้องว่า "คาร์ไลล์ กรุ๊ป" และ "ยัม ไชน่า โฮลดิงส์" เป็นหนึ่งในบริษัทที่สนใจแข่งขันกันซื้อกิจการร้านอาหารฟาสต์ฟูดของ "จาร์ดีน แมทเทสัน" ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านแฟรนไชส์ KFC และ Pizza Hut ในฮ่องกง ไต้หวัน และตลาดอื่นๆ ในเอเชีย

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ดีลนี้คาดว่าจะมีมูลค่าราว 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) และยังดึงดูดความสนใจจากบริษัทยูนิ-เพรสซิเดนท์ กลุ่มธุรกิจอาหารรายใหญ่จากไต้หวัน รวมถึงบริษัทไพรเวทอิควิตี้รายอื่นๆ ด้วย โดยการยื่นข้อเสนอแบบไม่ผูกมัดสำหรับจาร์ดีน เรสเตอรองต์ กรุ๊ป มีกำหนดภายในสัปดาห์นี้

สำหรับกลุ่มจาร์ดีนมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง ดำเนินกิจการร้าน KFC และ Pizza Hut ราว 1,000 สาขา และมีพนักงานประมาณ 25,000 คนในฮ่องกง มาเก๊า เมียนมา ไต้หวัน และเวียดนาม

นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของร้าน PHD เครือร้านพิซซ่าแบบซื้อกลับบ้านในฮ่องกง โดยธุรกิจทั้งหมดสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ราว 35-40 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี โฆษกของจาร์ดีนส์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับคาร์ไลล์ ขณะที่ยัม ไชน่า และยูนิ-เพรสซิเดนท์ไม่ได้ตอบกลับการขอความเห็นจากรอยเตอร์ส

ทั้งนี้ เครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจในเอเชีย ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของเมือง ประชากรวัยหนุ่มสาว และความต้องการอาหารสะดวกซื้อในราคาประหยัดที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยดังกล่าวช่วยดึงดูดเงินทุนจำนวนมากจากผู้เล่นเชิงกลยุทธ์ในท้องถิ่นและบรรดาบริษัทไพรเวตอิควิตีตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ResearchandMarkets.com ระบุในรายงานเมื่อปีที่แล้วว่า ตลาดฟาสต์ฟู้ดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีมูลค่าประมาณ 270,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 465,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2576

อย่างไรก็ตาม จาร์ดีนส์ระบุในรายงานประจำปี 2568 ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในฮ่องกงยังคงอ่อนแอ เนื่องจากแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด และส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารในพอร์ตการลงทุนของบริษัท

สำหรับคาร์ไลล์และยัมต่างก็ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจฟาสต์ฟู้ด

คาร์ไลล์ประกาศดีลเข้าซื้อหุ้น 100% ใน KFC Korea เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นใหญ่ใน McDonald’s China เมื่อปี 2560 ก่อนที่คาร์ไลล์จะขายหุ้นดังกล่าวคืนให้แก่เครือฟาสต์ฟู้ดจากสหรัฐในปี 2566 ในราคาสูง

ขณะที่ยัม ไชน่า ซึ่งแยกตัวออกจากยัม แบรนด์ส อิงค์ เมื่อปี 2559 ดำเนินธุรกิจ KFC และ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่ และมีผู้สนับสนุนหลักเป็นบริษัทไพรเวตอิควิตี พริมาวีรา แคปิตอล และแอนต์ กรุ๊ป ของแจ็ค หม่า

แหล่งข่าว 2 รายระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงซื้อกิจการล่าสุดได้ คาดว่าจะมีการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ระดับตัวคูณสูงในเลขหลักเดียวถึงระดับสิบต้นๆ ของกำไรหลัก (EBITDA) ขณะที่หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า จาร์ดีนส์เปิดกว้างต่อการขายกิจการในตลาดใดตลาดหนึ่ง หรืออาจขายทั้งหมด โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของข้อเสนอ

การขายกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่จาร์ดีนส์พยายามจัดสรรเงินทุนใหม่ไปยังธุรกิจหลัก บริษัทเพิ่งเสร็จสิ้นดีลซื้อหุ้นทั้งหมดเพื่อนำกลุ่มโรงแรมหรู "แมนดาริน โอเรียนเต็ล" ออกจากตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 4,200 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนม.ค. และเมื่อเดือนเม.ย. ที่เพิ่งผ่านมา หน่วยธุรกิจ DFI Retail ของจาร์ดีนส์อยู่ระหว่างเจรจากับ CK Hutchison เพื่อควบรวมธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในฮ่องกงของทั้งสองฝ่าย แต่ล่าสุดมีรายงานว่าดีลนี้หยุดชะงักลงแล้ว