สงครามอิหร่านลามสู่ ‘ค่าครองชีพคนอเมริกัน’ จนปธน.ทรัมป์ต้องออกมาหนุนแนวคิด ‘ระงับภาษีน้ำมัน’ หวังบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ท่ามกลางเสียงเตือนว่า ต่อให้ลดภาษี แต่หากฮอร์มุซยังถูกปิด ราคาน้ำมันหน้าปั๊มก็อาจยังพุ่งไม่หยุด
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า หลังราคาน้ำมันสหรัฐพุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ว่า เขาสนับสนุนการ “ลดภาษีน้ำมันเบนซิน” ของรัฐบาลกลางที่เก็บอยู่ 18.4 เซนต์ต่อแกลลอน เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของผู้ขับขี่ชาวอเมริกันจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การระงับภาษีดังกล่าว จำเป็นต้อง “ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส” ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรครีพับลิกัน พรรคเดียวกับทรัมป์
“ใช่ ผมจะลดมัน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามว่าเขาจะระงับภาษีน้ำมันหรือไม่
เมื่อถูกถามต่อว่าจะระงับภาษีนานแค่ไหน ทรัมป์กล่าวว่า “จนกว่าจะเหมาะสม”
ด้านจอช ฮอว์ลีย์ วุฒิสมาชิก จากรัฐมิสซูรี พรรครีพับลิกันกล่าวว่า เขาจะเสนอร่างกฎหมายในวันจันทร์ เพื่อระงับภาษีน้ำมันเบนซิน รวมถึงภาษีน้ำมันดีเซล 24.4 เซนต์ต่อแกลลอน “เป็นเวลา 90 วัน”
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะที่อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐ ณ วันจันทร์ อยู่ที่ 4.52 ดอลลาร์ต่อแกลลอน “สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022” ซึ่งเคยพุ่งแตะ 5.01 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ด้านจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ยังไม่แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อการระงับภาษีน้ำมัน โดยระบุว่า วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ราคาน้ำมันลดลง คือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมชี้ว่ารายได้ภาษีดังกล่าวถูกนำไปใช้ซ่อมแซมถนน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับช่องข่าว CBS ว่า แผนช่วยเหลือสายการบินที่กำลังเผชิญต้นทุนน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงนั้น “ยังไม่ได้ถูกเสนอเข้ามาอย่างจริงจัง” และมองว่า “ธุรกิจสายการบินยังไม่ได้แย่มาก”
อย่างไรก็ตาม สายการบินต้นทุนต่ำได้ร้องขอแพ็กเกจช่วยเหลือมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Spirit Airlines ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม โดยระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นทำให้แผนฟื้นฟูกิจการไม่สามารถเดินหน้าต่อได้
บ็อบ แม็คนอลลี นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานเตือนว่า “หากรัฐบาลกลางระงับภาษีน้ำมัน แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ผู้บริโภค ‘แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง’ เพราะราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะยังคงพุ่งสูงต่อไป”
อ้างอิง: reuters

