วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

น้ำมันพุ่ง 4 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ปฏิเสธอิหร่าน 'ค่าเงินบาท-เงินวอน' อ่อนค่าแรงในเอเชีย

น้ำมันพุ่ง 4 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ปฏิเสธอิหร่าน 'ค่าเงินบาท-เงินวอน' อ่อนค่าแรงในเอเชีย

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงในวันจันทร์นี้ (11 พ.ค.69) หนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐ “ไม่อาจยอมรับได้” ทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกยังตึงตัว

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวขึ้น 4.04 ดอลลาร์ หรือ 3.99% สู่ระดับ 105.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 13.14 น. ตามเวลาในไทย ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ (WTI) อยู่ที่ 99.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.43 ดอลลาร์ หรือ 4.64%

อย่างไรก็ดี น้ำมันทั้งสองชนิดปรับตัวลดลงในช่วงเย็น เบรนท์ลงมาต่ำกว่า 104 ดอลลาร์ และเวสต์เท็กซัสต่ำกว่า 98 ดอลลาร์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัญญาน้ำมันทั้งสองตลาดปิดตลาดรอบสัปดาห์ร่วงลงถึง 6% จากความหวังว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 10 สัปดาห์ใกล้จะยุติลง และจะเปิดทางให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาได้อีกครั้ง

“ตลาดน้ำมันยังคงซื้อขายเหมือนเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วยพาดหัวข่าวภูมิรัฐศาสตร์ โดยราคาผันผวนรุนแรงตามทุกความเห็น การปฏิเสธ หรือคำเตือนจากวอชิงตัน และเตหะราน” ปริยันกา สัจเดวา นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Phillip Nova กล่าว

ด้าน โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดของ IG ระบุในบันทึกถึงนักลงทุนว่า ตอนนี้ความสนใจของตลาดหันไปจับตาที่การเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ ตลาดมีความหวังว่าทรัมป์จะสามารถโน้มน้าวให้ปักกิ่งใช้อิทธิพลที่มีต่ออิหร่าน เพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิงอย่างครอบคลุม และหาทางยุติการหยุดชะงักที่ยังดำเนินอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซได้

ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธ และคาดว่าจะหารือประเด็นอิหร่าน รวมถึงประเด็นอื่นๆ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

“แม้ว่าภาวะช็อกน้ำมันเฉียบพลันอาจคลี่คลายลงภายในปลายปี 2569 แต่ความเสี่ยงต่อเนื่องของการหยุดชะงักซ้ำในช่องแคบฮอร์มุซ สต๊อกน้ำมันที่ลดต่ำลง และการประสานนโยบายที่อ่อนแอลง คาดว่าจะทำให้ราคายังคงมีส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ฝังอยู่” นักวิเคราะห์ของ ANZ ระบุในบันทึกเมื่อวันจันทร์

นักวิเคราะห์ของ ANZ คาดการณ์ว่า น้ำมันดิบเบรนท์จะยังคงยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดปี 2569 และอยู่ราว 80-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2570 เมื่อการเติบโตของอุปสงค์กลับมา และสต๊อกน้ำมันค่อยๆ ถูกเติมกลับ

ค่าเงินเกาหลีใต้-ไทย อ่อนค่าสุดฉุดภูมิภาค

หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคาดเดาไม่ได้อีกครั้ง และทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ยังทำให้สินทรัพย์ไหลไปยังดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง และฉุดให้ค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชียปรับตัวลดลงอย่างมากในวันนี้ ซึ่งลดทอนแรงฟื้นตัวบางส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

บลูมเบิร์ก รายงานว่า "ค่าเงินวอน" ของเกาหลีใต้ อ่อนค่าลงมากถึง 1% ขณะที่ "ค่าเงินรูปี" ของอินเดีย ทำสถิติอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น และดอลลาร์ที่แข็งค่า ขณะที่ "ค่าเงินบาท" ของไทย และเงินเปโซฟิลิปปินส์ก็อ่อนค่าลงมากกว่า 0.8% เช่นกัน

น้ำมันพุ่ง 4 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ปฏิเสธอิหร่าน 'ค่าเงินบาท-เงินวอน' อ่อนค่าแรงในเอเชีย

“ในขณะที่การหยุดชะงักเกี่ยวกับพลังงานยังคงยืดเยื้อ ความเสี่ยงการขาดแคลนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอาจยิ่งเป็นความท้าทายมากขึ้นสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่มีกันชนสต๊อกน้ำมันดิบค่อนข้างต่ำ” ลอยด์ ชาน นักกลยุทธ์ค่าเงินจากธนาคาร MUFG ระบุในบันทึก

ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย รวมถึงอินเดีย และฟิลิปปินส์ เป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งขึ้นเกือบ 50% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มาก

ธนาคาร Morgan Stanley เตือนว่า ตลาดน้ำมันกำลังอยู่ในช่วง “การแข่งขันกับเวลา” เนื่องจากปัจจัยที่ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันจนถึงขณะนี้ อาจไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้ หากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อเนื่องเข้าสู่เดือนมิถุนายน นี้

การอ่อนค่าของสกุลเงินยังสวนทางกับ "ตลาดหุ้น" ในภูมิภาค ซึ่งปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อในธีม AI ซึ่งนักลงทุนมองข้ามความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ และอิหร่านที่หยุดชะงัก

 

 

ที่มา: Reuters, Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์