สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำหนึ่งจาก "กาตาร์" ดูเหมือนจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ และนับเป็นการส่งออก LNG ออกจากภูมิภาคครั้งแรกของกาตาร์ หนึ่งในประเทศผู้ส่งออกก๊าซแอลเอ็นจีมากที่สุดในโลก นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
จากข้อมูลการติดตามเรือที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กพบว่า เรือ Al Kharaitiyat ซึ่งบรรทุกก๊าซแอลเอ็นจีออกจากโรงกลั่น Ras Laffan เมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ได้แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซและเข้าสู่อ่าวโอมานแล้ว โดยข้อมูลระบุว่าปลายทางถัดไปของเรือคือประเทศปากีสถาน
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า เรือดังกล่าวใช้เส้นทางด้านเหนือที่ได้รับการอนุมัติจากเตหะราน ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เกาะลารัก (Larak) ที่แล่นเลียบชายฝั่งอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ผ่านมาทำให้การส่งออก LNG โลกหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนทั่วเอเชีย ขณะที่เรือเดินทะเลยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยทั้งอิหร่านและสหรัฐต่างยังคงใช้มาตรการปิดล้อมในเชิงพฤตินัยอยู่
แม้การเดินทางของเรือ Al Kharaitiyat จะเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่าการส่งออก LNG อาจเริ่มกลับมาได้มากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าห่างไกลจากระดับปกติก่อนสงคราม ซึ่งอ่าวเปอร์เซียจะมีเรือบรรทุกก๊าซแอลเอ็นจีออกประมาณวันละ 3 ลำ
ก่อนหน้านี้บลูมเบิร์กรายงานว่า มีเรือแอลเอ็นจีอย่างน้อย 2 ลำจากโรงกลั่นของ Abu Dhabi National Oil Co. ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) สามารถผ่านช่องแคบได้ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกาตาร์เกิดขึ้นหลังจากมีความพยายามหลายครั้งก่อนหน้านี้ในการส่งเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ท้ายที่สุดเรือต้องวกกลับ โดยกาตาร์ซึ่งผลิต LNG คิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของอุปทานโลกเมื่อปีที่แล้ว ไม่สามารถส่งออก LNG ออกจากอ่าวเปอร์เซียได้เลย นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นปลายเดือนก.พ.
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เรือลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Port Qasim ในปากีสถาน
แหล่งข่าว 2 รายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า LNG ล็อตดังกล่าวเป็นการขายให้ปากีสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศคนกลางเจรจาในสงคราม ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล พร้อมระบุว่า "อิหร่าน" ได้อนุมัติการขนส่งครั้งนี้เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับกาตาร์และปากีสถาน ขณะที่ปากีสถานได้หารือกับอิหร่านเพื่อขอให้อนุญาตเรือ LNG จำนวนจำกัด ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากอิสลามาบัดจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการขาดแคลนก๊าซ
ข้อมูลของ LSEG ระบุว่า เรือดังกล่าวบริหารจัดการโดย Nakilat Shipping Qatar Ltd ใช้ธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ และมีความจุบรรทุก 211,986 ลูกบาศก์เมตร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้สั่งหยุดเรือแอลเอ็นจีของกาตาร์ 2 ลำ งกำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมสั่งให้จอดรอโดยไม่ชี้แจงเหตุผล
ทั้งนี้ กาตาร์เป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยการส่งออกส่วนใหญ่มุ่งไปยังผู้ซื้อในเอเชีย แต่สงครามที่เกิดขึ้นกระทบกำลังการส่งออกแอลเอ็นจีของกาตาร์มากถึงราว 17% และการซ่อมแซมคาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตแอลเอ็นจีราว 12.8 ล้านตันต่อปี ต้องหยุดชะงักเป็นเวลา 3-5 ปี

