บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) รายงานคาดการณ์ล่าสุดในวันนี้ว่า กำไรสุทธิในปีงบประมาณปัจจุบัน สิ้นสุดเดือนมี.ค. 2570 จะลดลงถึง 22% จากผลกระทบ มาตรการภาษี ของสหรัฐ และสงครามตะวันออกกลาง
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกรายนี้ เปิดเผยประมาณการดังกล่าวพร้อมรายงานตัวเลขล่าสุดว่า กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2568/2569 ลดลง 19.2% เหลือ 3.8 ล้านล้านเยน (ราว 8 แสนล้านบาท)
ขณะที่รายได้ในปีงบประมาณที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 5.5% สู่ระดับ 50.7 ล้านล้านเยน (ราว 10.4 ล้านล้านบาท) และบริษัทคาดว่าจะเพิ่มเป็น 51 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณปัจจุบัน แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 53.25 ล้านล้านเยน
โตโยต้าคาดว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านจะทำให้บริษัทมี "ต้นทุน" เพิ่มขึ้นราว 4.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.38 แสนล้านบาท) ในปีงบประมาณนี้ โดยถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงขณะนี้ เกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตดังกล่าวต่อบริษัทระดับโลก
ไตรมาส 4 กำไรดำเนินงานวูบเกือบ 50%
โตโยต้า รายงาน กำไรจากการดำเนินงาน (operating profit) ในไตรมาส 4 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2569 ลดลงถึง 49% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก หลังมาตรการภาษีของสหรัฐและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีนกดดันผลประกอบการ
CNBC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ของโตโยต้าเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยจาก LSEG บริษัทมีรายได้ 12.6 ล้านล้านเยน หรือเพิ่มขึ้น 1.89% เมื่อเทียบปีก่อน และเท่ากับที่คาดการณ์ไว้
แต่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5.694 แสนล้านเยน ลดลงจากที่คาดการณ์เอาไว้ที่ 8.132 แสนล้านเยน และยังลดลงเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันเมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนถึงแรงกดดันต่อเนื่องจากผลกระทบภาษีสหรัฐ
ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 8.172 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นจาก 6.646 แสนล้านเยน เมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์รวมในไตรมาส 4 ลดลงเหลือ 2.29 ล้านคัน จาก 2.36 ล้านคันในปีก่อน
สำหรับ "อัตราแลกเปลี่ยน" ที่โตโยต้าใช้ในการอ้างอิงประมาณการนั้น บริษัทระบุในการแถลงข่าววันนี้ว่า ใช้ค่าเฉลี่ยอัตราแลกเปลี่ยนระยะ 6 เดือน แทนค่าเฉลี่ยรายเดือนตามปกติ เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินในปัจจุบัน โดยโตโยต้ากำหนดสมมติฐานค่าเงินเฉลี่ยสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันเอาไว้ที่ 150 เยนต่อดอลลาร์
ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกอย่างโตโยต้า เพราะทำให้สินค้ามีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ และเพิ่มมูลค่ากำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน
โตโยต้า ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรับรองมาตรฐานและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต แม้บริษัทคาดว่าการใช้จ่ายลงทุนจะเริ่มทรงตัวในระยะต่อไปก็ตาม
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเดินหน้าลดต้นทุนและลดการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเงินเฟ้อ ซึ่งผลกระทบจากสงครามอิหร่านจะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 6.7 แสนล้านเยน

