วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 4-8 พฤษภาคม 2569

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 4-8 พฤษภาคม 2569

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ แต่กรอบการแข็งค่าเริ่มจำกัดช่วงปลายสัปดาห์ตามสัญญาณตึงเครียดของช่องแคบฮอร์มุซ

เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางความไม่สงบในตะวันออกกลาง ก่อนจะพลิกแข็งค่ากลับมาในช่วงกลางสัปดาห์ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามจังหวะการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มทยอยมีสัญญาณเชิงบวก

โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวว่า จะระงับปฏิบัติการ Project Freedom ไว้เป็นการชั่วคราว ในช่วงระหว่างการดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปของข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ขณะที่รายงานข่าวอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังที่จะเข้าใกล้การบรรลุร่างบันทึกความเข้าใจ 1 หน้ากระดาษเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 4-8 พฤษภาคม 2569

อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งคาดว่าจะมาจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงจ่ายเงินปันผล ประกอบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียกลับมาอ่อนค่าลงสวนทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ฟื้นตัวขึ้น หลังมีรายงานการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอีกรอบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการคงดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงคราม

• ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (30 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 2,035 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทยถึง 13,638 ล้านบาท

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 11-15 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การหารือกันระหว่าง ปธน. โดนัลด์ทรัมป์ และ ปธน. สี จิ้นผิง รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กเดือนพ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. ของจีน และข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซนและอังกฤษด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้ง แม้จะลดช่วงบวกลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์

SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อหลัก ๆ จากบัญชีบริษัทหลักทรัพย์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ประกาศระงับ Project Freedom ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารเพื่อนำเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อประเมินว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้หรือไม่ ทั้งนี้ ปัจจัยบวกดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นทุกกลุ่ม นำโดย กลุ่มพลังงานและเทคโนโลยี

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์โดยเผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นรายตัว นำโดย กลุ่มแบงก์และเทคโนโลยี ประกอบกับนักลงทุนกลับมากังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง เนื่องจากล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเกิดการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 4-8 พฤษภาคม 2569

 ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,500.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.45% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,309.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.71% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.23% มาปิดที่ระดับ 214.08 จุด

 สัปดาห์ถัดไป (11-15 พ.ค. 2569 ) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,435 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,525 และ 1,555 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน (14-15 พ.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซนและอังกฤษ