วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อินโดนีเซียงัด ‘กองทุนพยุงบอนด์’ หลังรูเปียห์ทรุด ‘ทุบสถิติต่ำสุด’

อินโดนีเซียงัด ‘กองทุนพยุงบอนด์’ หลังรูเปียห์ทรุด ‘ทุบสถิติต่ำสุด’

อินโดนีเซียกำลังเจอ ‘แรงเขย่าทางการเงิน’ ครั้งใหญ่ หลังค่าเงินรูเปียห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนรัฐบาลต้องเร่งปลุก “กองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดพันธบัตร” ขึ้นมาใช้งานอีกครั้ง หวังหยุดแรงขายพันธบัตร และสกัดเงินทุนไหลออก

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า อินโดนีเซีย เตรียมเปิดใช้งาน “กองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดพันธบัตร” ในสัปดาห์หน้า เพื่อ พยุงค่าเงินรูเปียห์ หลังเผชิญแรงกดดันหนัก โดย ปูร์บายา ยูธี ซาเดวา รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย เปิดเผยเรื่องนี้ระหว่างการแถลงรายไตรมาสร่วมกับคณะกรรมการเสถียรภาพระบบการเงิน (KSSK) เมื่อวันพฤหัสบดี

นับตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินรูเปียห์ อ่อนค่าลงมากกว่า 4% และเพิ่งร่วงแตะระดับ “ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์” เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซาเดวา กล่าวว่า “นี่สะท้อนชัดเจนว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากตลาดพันธบัตรของเรา”

ระหว่างการแถลง ซาเดวา ระบุว่า กองทุนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลได้ราว 1% โดยกล่าวว่า “เราพยายามช่วยสนับสนุนธนาคารกลางอินโดนีเซียในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์”

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียที่พุ่งสูงขึ้น จนทำให้นักลงทุนต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรลง

มาตรการที่กำลังเตรียมเพิ่มเติม ได้รวมถึงการเข้มงวดเรื่องเอกสารประกอบการซื้อดอลลาร์ โดยจะลดเพดานจากเดิม 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 25,000 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งลดลงมาจาก 100,000 ดอลลาร์

“เราจะลดเพดานลงอีก ดังนั้นการซื้อดอลลาร์เกิน 25,000 ดอลลาร์ จะต้องมีเอกสารอ้างอิงประกอบ” วาร์จิโย กล่าวเมื่อวันอังคาร นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมปรับกฎที่กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องฝากรายได้จากการส่งออกไว้ในธนาคารของรัฐเป็นเวลาสูงสุด 1 ปีเพิ่มเติมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ราห์มา กาฟมี ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอร์ลังกาในชวาตะวันออก มองว่า มาตรการของรัฐบาล โดยเฉพาะการตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพตลาดพันธบัตร อาจยิ่งทำให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนแอลง พร้อมกล่าวกับนิกเคอิ เอเชียว่า “สิ่งนี้ยืนยันว่าตลาดพันธบัตรของเรากำลังเผชิญแรงกดดันรุนแรง จนนักลงทุนต่างชาติกำลังขาดทุนจากราคาพันธบัตร”

เธอกล่าวว่า “รัฐบาลควรปล่อยให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียรับผิดชอบเรื่องเสถียรภาพค่าเงินเพียงฝ่ายเดียว” พร้อมเตือนว่าการแทรกแซงตลาดต่อเนื่อง อาจกัดกร่อนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศ
 

 

 

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์