อาวุธหลักอย่างภาษีทรัมป์ กำลังถูกสั่นคลอนจากภายใน หลังศาลการค้าสหรัฐชี้ว่า ภาษีศุลกากรทั่วโลก 10% ‘ผิดกฎหมาย’ ความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ก่อนการพบกับ ปธน.สี จิ้นผิง
“ภาษีศุลกากรทั่วโลก 10%” ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังศาลการค้าสหรัฐวินิจฉัยว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” กลายเป็นอีกหมัดสำคัญที่กระแทกแผนเศรษฐกิจของทรัมป์ โดยนี่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังศาลสูงสหรัฐเพิ่งเพิกถอนมาตรการภาษีอีกชุดหนึ่งที่เขาเคยประกาศใช้ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งระงับการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวในทันทีเฉพาะกับ 2 บริษัทที่เป็นโจทก์ และรัฐวอชิงตันเท่านั้น พร้อมย้ำว่า ศาล “ไม่ได้ออกคำสั่งคุ้มครองแบบครอบคลุมทั่วประเทศ”
คณะผู้พิพากษาระบุว่า รัฐอื่นๆ ไม่มีสถานะทางกฎหมายเพียงพอในการฟ้องร้อง เพราะไม่ได้เป็นผู้นำเข้าสินค้าโดยตรง แม้จะอ้างว่าได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น หลังภาคธุรกิจผลักภาระต้นทุนภาษีไปยังผู้บริโภคก็ตาม
เมื่อถูกถามถึงคำตัดสินดังกล่าวในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีผู้พิพากษา ‘ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงสองคน’ ที่โหวตคัดค้าน ดังนั้นผมไม่แปลกใจกับศาลเลย ไม่แปลกใจเลย เราก็แค่ใช้วิธีอื่นแทน เมื่อได้คำตัดสินแบบหนึ่ง เราก็ไปทำอีกวิธีหนึ่ง”
ขณะที่เจย์ ฟอร์แมน ซีอีโอของบริษัทของเล่น Basic Fun หนึ่งในบริษัทที่ร่วมฟ้องคดี กล่าวว่า การตัดสินใจของศาลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง “ความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยว” ของธุรกิจขนาดเล็กที่กล้าออกมาต่อสู้ โดยเขาระบุว่า บริษัทต้องจ่ายภาษีดังกล่าวแทบทุกวันนับตั้งแต่มาตรการมีผล และจนถึงขณะนี้ จ่ายไปแล้วมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท)
ในการพิพากษา ศาลการค้าปฏิเสธข้อโต้แย้งของรัฐบาลทรัมป์ที่ ระบุว่า “ดุลการชำระเงินขาดดุล” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการใช้มาตรา 122 เป็นคำที่ “ตีความยืดหยุ่นได้”
ผู้พิพากษาเห็นว่า คำประกาศของทรัมป์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐกำลังเผชิญ “ดุลการชำระเงินขาดดุล” ตามนิยามของกฎหมายปี 1974 จริง แต่กลับนำ “การขาดดุลการค้า” และ “ดุลบัญชีเดินสะพัด” มาใช้แทน
ด้านฝ่ายโจทก์ที่ฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า ทรัมป์นำ “ดุลการชำระเงินขาดดุล” ไปปะปนกับ “การขาดดุลการค้า” อย่างไม่ถูกต้อง เพื่อปั้นเหตุผลในการใช้กฎหมายดังกล่าว
นอกจากนี้ รัฐต่างๆ ที่ฟ้องร้อง ยังชี้ว่า ภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ละเมิดข้อกำหนดอื่นของมาตรา 122 ด้วย เช่น หลักการที่ภาษีต้องไม่เลือกปฏิบัติ แต่ทรัมป์กลับยกเว้นสินค้าบางประเภทจากแคนาดา และเม็กซิโก
แม้จะเจออุปสรรคทางกฎหมาย แต่รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมแผนภาษีชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะมีผลบังคับใช้ โดยสหรัฐกำลังสอบสวนหลายสิบประเทศภายใต้ “มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า” เกี่ยวกับประเด็นแรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน
ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจทำให้ทรัมป์เสียเปรียบ ก่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในสัปดาห์หน้า เพราะอำนาจในการขึ้นภาษีฝ่ายเดียวของเขา “ถูกจำกัดมากขึ้น”
อ้างอิง: bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

