ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดเส้นตาย 4 ก.ค. ให้อียูต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าตามที่รับปากไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วต้องโดนเก็บภาษี “ในระดับสูงมาก”
ทรัมป์ โพสต์ทรูธโซเชียลเมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ตามเวลาสหรัฐว่า เขาได้กำหนดเส้นตายใหม่ระหว่าง “คุยโทรศัพท์อันยอดเยี่ยม” กับเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทั้งสองเห็นพ้องกันว่าอิหร่านจะมีนิวเคลียร์ไม่ได้
วันศุกร์ที่ผ่านมา (24 เม.ย.) ทรัมป์เคลื่อนไหวแบบไม่มีใครคาดคิด ประกาศว่าจะขึ้นภาษียานยนต์ยุโรปจากที่เห็นชอบกัน 15% เป็น 25% เพราะอียูไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในเดือน ก.ค.ปีก่อนที่สก็อตแลนด์
ข้อตกลงนี้เรียกร้องให้อียูลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมสหรัฐเหลือศูนย์ และกำหนดโควตาปลอดภาษีให้กับสินค้าเกษตรอเมริกันและผลิตภัณฑ์จากทะเลบางชนิด แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในสภายุโรปกลับล่าช้า
“ผมรอคอยอย่างอดทนให้อียูปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์ที่เราตกลงกันไว้ที่เทิร์นเบอร์รี สก็อตแลนด์ข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา!” ทรัมป์กล่าว
“คำสัญญาที่ทำกันไว้ว่าอียูจะทำตามข้อตกลงในฝ่ายของพวกเขา ลดภาษีเหลือ 0! ผมเห็นชอบให้เวลาเธอจนถึงวันเกิด 250 ปีของประเทศเรา ไม่เช่นนั้นแล้วก็น่าเสียดายที่ภาษีของพวกเขาจะพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงมากทันที” ทรัมป์ระบุ หมายถึงวันเฉลิมฉลองเอกราชสหรัฐ 4 ก.ค.
ด้านฟอน แดร์ ไลเอิน โพสต์ X ว่า เธอได้หารือข้อตกลงการค้ากับทรัมป์และเห็นชอบว่า อิหร่านจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้
“เรายังพูดคุยกันถึงข้อตกลงการค้าอียู-สหรัฐ เราสองฝ่ายยังคงมุ่งมั่นเป็นส่วนใหญ่ที่จะปฏิบัติตาม การลดภาษีภายในต้น ก.ค.คืบหน้าไปมาก” ฟอน แดร์ ไลเอิน ระบุ
เบิร์นด์ แลงก์ ประธานคณะกรรมาธิการการค้า สภายุโรป กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า สมาชิกสภาและรัฐบาลยุโรปกำลังเดินหน้าสรุปข้อตกลงลดภาษีสินค้าสหรัฐแต่ “หนทางอีกยาวไกล” ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองที่บางประเทศในกลุ่มต้องการ
คณะเจรจาของอียูประประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ค. เพื่อการเจรจารอบถัดไป
สมาชิกสภายุโรปบางส่วนต้องการมาตรการคุ้มครองที่เข้มงวดมากขึ้นในกฎหมายที่จะบังคับใช้รวมถึงการระงับข้อตกลงหากสหรัฐไม่ปฏิบัติตาม, การกำหนดเงื่อนไขให้การลดภาษีขึ้นอยู่กับการดำเนินการของสหรัฐและการยุติการผ่อนปรนภาษีของอียู โดยสิ้นเชิงในวันที่ 31 มีนาคม 2028
เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) กล่าวในวันพุธ (6 พ.ค.) ว่าการดำเนินการของอียูนั้น “ล่าช้าเกินกำหนดแล้ว” และแนะว่าอาจมีมาตรการอื่นนอกเหนือจากการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ หากสหภาพยุโรปไม่ปฏิบัติตาม

