ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังเกิดการปะทะรอบใหม่ระหว่างกองกำลังสหรัฐ และอิหร่าน ส่งผลให้แนวโน้มการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามซึ่งยืดเยื้อมานาน 10 สัปดาห์ถูกตั้งคำถาม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เช้าวันศุกร์ (8 พ.ค.69) พุ่งขึ้นมากสุดราว 4% แตะระดับใกล้ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการซื้อขายที่ผันผวนในวันพฤหัสบดี ขณะที่เบรนท์ปิดใกล้ 100 ดอลลาร์ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) ระบุว่า กองกำลังสหรัฐได้สกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านซึ่ง “ไม่มีการยั่วยุ” และตอบโต้ด้วยการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง ในขณะที่เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐย้ำว่า “ไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย” ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับเอบีซี นิวส์ ว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลอยู่
โฟกัสของตลาดน้ำมันโลกยังคงจับตาช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปิดใช้งานโดยพฤตินัยมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดช็อกด้านอุปทานพลังงานในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากการขนส่งน้ำมันดิบสำคัญถูกสกัดกั้น และแหล่งผลิตน้ำมันทั่วภูมิภาคต้องหยุดผลิต ทางน้ำสายนี้กำลังเผชิญการปิดล้อมสองชั้น โดยฝั่งเตหะรานขัดขวางการเดินเรือ ขณะที่สหรัฐขัดขวางเรือที่เข้าออกท่าเรืออิหร่าน
การปะทะล่าสุดยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดทั่วภูมิภาค ขณะที่สหรัฐพยายามหาทางถอนตัวออกจากสงครามที่เพิ่มภาระให้ผู้บริโภคจากราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น ในสัปดาห์นี้ รัฐบาลทรัมป์ กำลังรอคำตอบจากเตหะรานต่อข้อเสนอเพื่อเปิดเส้นทางการค้าอีกครั้ง โดยผู้นำอิหร่านยังไม่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะยอมรับเงื่อนไขหรือไม่
ตลอดช่วงที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ สภาพคล่องในตลาดน้ำมันทรุดตัวลง ผู้ค้าลังเลที่จะเข้าถือสถานะเพิ่ม ท่ามกลางความผันผวนรุนแรงจากกระแสข่าวถาโถม และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยนี้ยิ่งซ้ำเติมให้การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และ WTI แกว่งตัวแรงขึ้นไปอีก
เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายเทรดดิ้งของ BOK Financial Securities Inc ระบุว่า ตราบใดที่การเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวยังไม่กลับมาสู่ระดับอย่างน้อยใกล้เคียงกับก่อนหน้า “โอกาสที่ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลงแรงก็ยังมีจำกัด”
เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Bridgewater Associates ระบุในการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ “Interesting Times with Ross Douthat” ของนิวยอร์กไทมส์ ว่าผลลัพธ์ของสงครามสหรัฐ-อิหร่านสามารถนิยามได้ในลักษณะ “เกือบจะขาวดำ” ว่า “ใครจะเป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ”
อัปเดตราคาเช้าวันศุกร์ (8 พ.ค.69)
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 2.8% สู่ระดับ 97.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 06:36 น. ตามเวลาในสิงคโปร์
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปิดลดลง 1.2% ที่ 100.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันพฤหัสบดี
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

