'นอร์เวย์' นำทีมประเทศแรกในยุโรป ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 คุมเข้มนโยบายการเงินหลังสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อสูง
ธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหลัก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 4.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันนี้ นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2023 และเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ
การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้สวนทางกับคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่สำรวจโดยบลูมเบิร์ก ซึ่งมีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 5 จาก 17 คนเท่านั้นที่คาดการณ์ถูกต้อง ขณะที่ส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นการคงดอกเบี้ย
“เงินเฟ้อยังสูงเกินไป และมีแนวโน้มว่าจะยังอยู่ในระดับสูงต่อไป” คณะกรรมการนโยบายการเงินระบุในแถลงการณ์ “คณะกรรมการฯ ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น เพื่อดึงเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม”
ธนาคารกลางนอร์เวย์(Norges Bank) ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนมุมมองเดียวกับที่สื่อสารต่อตลาดในการประชุมเมื่อเดือนมี.ค. ซึ่งชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นสู่ช่วง 4.25%-4.50% ภายในสิ้นปี อย่างไรก็ดี ในครั้งนี้ทางแบงก์ชาติไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในอนาคต
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้นอร์เวย์อยู่ในกลุ่มธนาคารกลางสายเหยี่ยว (hawkish) ที่ใช้นโยบายการเงินตึงตัว ร่วมกับธนาคารกลางออสเตรเลีย
ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะรอจนถึงการประชุมเดือนมิ.ย. ก่อนพิจารณาดำเนินการใดๆ ขณะที่ธนาคารกลางสวีเดนเพิ่งส่งสัญญาณว่า ยังไม่มีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ นอกจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากวิกฤติการณ์ราคาพลังงานโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว นอร์เวย์ยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยเงินเฟ้อพื้นฐานที่สูงกว่า 3% มาแรงหนุนมาจากอัตราว่างงานที่ต่ำที่สุดในกลุ่มสแกนดิเนเวีย และต้นทุนค่าแรงในระดับสูง ซึ่งนอร์เวย์ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ที่ตั้งไว้มาตั้งแต่ต้นปี 2021
ภายใต้บริบทดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์เริ่มตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ทีมนักวิเคราะห์จาก SpareBank 1 Markets ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในวันนี้ ระบุในรายงานว่า “อาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนก.ย. หากราคาพลังงานและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และตลาดแรงงานยังทรงตัว” พร้อมเสริมว่า “โอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ มีมากกว่าโอกาสลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน”
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน (7 พ.ค. 69) "ธนาคารกลางสวีเดน" มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% พร้อมยืนยันจุดยืนรอดูสถานการณ์ไปก่อน ซึ่งถือว่าอยู่ฝั่งนโยบายการเงินผ่อนคลาย (dovish) มากกว่าในยุโรป หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดต่ำกว่าคาดการณ์ ทั้งในหมวดเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน”
“เมื่อประกอบกับกิจกรรมเศรษฐกิจที่อ่อนแอในช่วงต้นปี จึงยังมีพื้นที่ให้รอจนกว่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามและภาวะช็อกด้านอุปทาน” ธนาคารกลางสวีเดน ระบุ

