ตะวันออกกลางเดือด! ฉุด 'ตลาดหุ้น-ค่าเงิน' ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียร่วงระนาว MSCI ลดลง 0.2% จับตา 'รูปี-รูเปียห์' อ่อนค่าทุบสถิติประวัติศาสตร์
บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีค่าเงินและตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาพากันปรับตัวลดลง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ซึ่งไปกระตุ้นความกังวลว่า “เงินเฟ้อ” ทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง
ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ MSCI ร่วงลง 0.2% ลบภาพขาขึ้นที่ปรับตัวต่อเนื่องมา 2 วันก่อนติด ซึ่งเคยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวการหลักที่ฉุดดัชนีลงในวันนี้ (5 พ.ค.) คือหุ้นของ TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิป AI ซึ่งมีอิทธิพลต่อการคำนวณดัชนีนี้มากที่สุด
แม้ว่าต้นสัปดาห์ตลาดจะคึกคักจากผลประกอบการที่ดีของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี แต่ข่าวการปะทะกันระหว่างสหรัฐ และอิหร่านได้ดึงความสนใจของนักลงทุนกลับมาที่ความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง
นักวิเคราะห์จาก Swissquote มองว่า ความสนใจของตลาดได้เปลี่ยนโหมดจาก "ความหวังในกระแส AI" ไปเป็น "ความกังวลเรื่องสงคราม" แทนแล้ว
ค่าเงินเอเชียระส่ำ
ยิ่งความตึงเครียดสูงขึ้น ราคาน้ำมันก็จะพุ่งตาม ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งดอลลาร์ที่แข็งค่านี่เองที่จะทำให้สินค้านำเข้าทั่วโลกมีราคาแพงขึ้น นำไปสู่ความคาดหวังว่าธนาคารกลางจะต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงหรือใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง
สกุลเงินของประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเงินรูปีของอินเดียที่ร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
เงินรูปีของอินเดียเปราะบางมากต่อราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เพราะจะทำให้ดุลการค้าของประเทศแย่ลง แม้อินเดียจะมีเงินสำรองระหว่างประเทศมากพอที่จะใช้จ่ายในการนำเข้าได้นานถึง 11 เดือน และธนาคารกลางจะพยายามใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงิน แต่แรงกดดันก็ยังคงสูงอยู่
ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้องเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ไม่ให้ดิ่งลงไปมากกว่านี้ เนื่องจากค่าเงินรูเปียห์วันนี้ ร่วงลงอีก 0.2% ไปอยู่ที่ 17,422 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดที่อ่อนค่าที่สุดในประวัติศาสตร์
ส่วนเงินเปโซของฟิลิปปินส์ก็อ่อนค่าลงจนเกือบจะต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน


