วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ยอดขาย BYD ในจีนร่วง '8 เดือนติด' ตลาดแข่งเดือด อีวีจีนค่ายอื่นบี้หนัก

ยอดขาย BYD ในจีนร่วง '8 เดือนติด' ตลาดแข่งเดือด อีวีจีนค่ายอื่นบี้หนัก

'บีวายดี' เผยยอดขายในจีนลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงขึ้นจากแบรนด์จีนด้วยกัน Leapmotor - Zeekr ส่งมอบรถทุบสถิติใหม่ แต่บีวายดียังได้ยอดการส่งออกต่างประเทศที่แข็งแกร่งอยู่

CNBC รายงานว่า ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของบริษัท "บีวายดี"(BYD) ค่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ปรับตัวลดลงเป็น "เดือนที่ 8 ติดต่อกัน" ในเดือนเม.ย. ในขณะที่คู่แข่งในประเทศอย่าง ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) และซีกเคอร์ (Zeekr) ทำยอดส่งมอบรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในตลาดจีน

BYD ระบุว่า บริษัทส่งมอบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานใหม่ (NEV) ในเดือนเม.ย. 314,100 คัน ซึ่งครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด แม้จะเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบรายปีลดลง 15.7%

อย่างไรก็ดี "ตัวเลขส่งออก" เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 135,098 คัน ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งเป็น "สถิติใหม่ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 70%" เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ตามการคำนวณของ CNBC

ภาพที่แตกต่างกันระหว่าง "ตลาดในจีน" และ "ตลาดต่างประเทศ" ของ BYD สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันในประเทศที่ทวีความรุนแรง

แบรนด์ EV จีนแข่งกันเองดุเดือด

ในเดือนเม.ย. ยักษ์อีวีจีนรายนี้รายงานกำไรไตรมาสแรกลดลงเกือบ 55.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานลดลง 11.8% เหลือ 150,000 ล้านหยวน (ราว 7.2 แสนล้านบาท) ท่ามกลางผลงานที่แข็งแกร่งของคู่แข่งสัญชาติเดียวกัน

Leapmotor ผู้ผลิตรถยนต์อีวีจีนอันดับ 2 มียอดส่งมอบรายเดือนในเดือนเม.ย. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 71,387 คัน เพิ่มขึ้น 73.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่าย Stellantis เคยทำสถิติรายเดือนสูงสุดครั้งก่อนในเดือนพ.ย.2025 และมีกำไรประจำปีเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว

ทางด้าน Zeekr แบรนด์อีวีพรีเมียมของค่าย "จีลี่" (Geely) ทำยอดขายรายเดือนสูงสุดครั้งใหม่เช่นกันที่ 31,787 คัน เพิ่มขึ้น 131.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่ "เสียวหมี่" (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน มียอดส่งมอบรถอีวีในเดือนเม.ย. มากกว่า 30,000 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายงานว่าได้รับคำสั่งจองล่วงหน้ารถซีดาน SU7 รุ่นอัปเกรดมากกว่า 70,000 คัน

ส่วนทางด้าน "นีโอ" (Nio) ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 29,356 คันในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 22.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตัวเลขดังกล่าวรวมยอดขายจากแบรนด์ในเครือเดียวกันที่มีราคาต่ำกว่าอย่าง Onvo และ Firefly ด้วย 

ขณะที่ยอดส่งมอบเดือนเม.ย. ของแบรนด์ "หลี่ ออโต้" (Li Auto) ทรงตัวที่ 34,085 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับค่าย "เอ็กซ์เผิง" (XPeng) หลังการเปิดตัวรถเอสยูวีรุ่น GX ใหม่ในช่วงกลางเดือน เอ็กซ์เผิงมียอดขายลดลงเมื่อเทียบรายปี โดยนอกจาก BYD แล้ว เอ็กซ์เผิงเป็นผู้ผลิตรถยนต์อีกเพียงรายเดียวที่รายงานยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยยอดส่งมอบ 31,011 คัน ลดลง 11.5% จากปีก่อน

BYD มุ่งรุกตลาดต่างประเทศ

ด้วยแผนการส่งออกรถมากกว่า 1 ล้านคันในปี 2026 BYD ได้แสดงบทบาทในตลาดต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทมีสัดส่วนอย่างน้อย 70% ของยอดขายรถยนต์อีวีในเม็กซิโก และ 75% ของยอดขายรถยนต์อีวีในอาร์เจนตินาในปี 2025 ตามประมาณการของบริษัทที่ปรึกษา Latam Mobility

ทางด้านยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่งไฟฟ้า BYD ทั่วสหภาพยุโรป สมาคมการค้าเสรียุโรป และสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นมากกว่า 155% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสแรกของปี 2026 ตามตัวเลขจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA)

เพื่อพยายามเพิ่มอิทธิพลในยุโรป BYD ยังได้ยื่นขอเข้าเป็นสมาชิก ACEA ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบียานยนต์ของยุโรป ตามรายงานข่าวของบลูมเบิร์กที่อ้างโฆษก ACEA ก่อนหน้านี้

ด้านค่ายอีวีจีนรายอื่นๆ ก็กำลังแสวงหาโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศเช่นกัน Leapmotor มุ่งขยายธุรกิจต่างประเทศผ่านบริษัทร่วมทุนกับสเตลแลนทิส โดยมีศูนย์จำหน่าย และให้บริการมากกว่า 800 แห่งทั่วยุโรป และอย่างน้อย 30 แห่งในลาตินอเมริกาภายในสิ้นปี 2025 แม้จะไม่เปิดเผยตัวเลขส่งออกรายเดือน แต่บริษัทประกาศในเดือนก.พ.ว่า ตั้งเป้าส่งออกระหว่าง 100,000 - 150,000 คัน

ส่วนในเดือนเม.ย. Li Auto ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ประกาศเข้าสู่ "ตลาดตะวันออกกลาง" โดยลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นเพื่อนำรถยนต์เข้าสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมเปิดเผยแผนขยายธุรกิจเข้าสู่กัมพูชา ลาว มาเก๊า และเมียนมา

 

 

 

ที่มา: CNBC


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์