ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจโลก ‘ธุรกิจจีนในสหรัฐ’ กำลังส่งสัญญาณถอย หลังเจอแรงกดดันรอบด้านทั้งกฎระเบียบ ความมั่นคง และสงครามการค้า ผลสำรวจล่าสุดชี้ชัดว่า ความเชื่อมั่นดิ่งลงสู่ ‘จุดต่ำสุด’ ในรอบหลายปี พร้อมตัวเลขสะท้อนแนวโน้ม ‘ชะลอ-ลด-ถอน’ การลงทุน
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า บริษัทจีนจำนวนมาก “ชะลอ” การขยายการลงทุนในสหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า จะยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าทั้งสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลกจะพยายามลดความตึงเครียดก็ตาม
จากผลสำรวจประจำปีของสมาชิกโดยหอการค้าจีนในสหรัฐ (CGCC) พบว่า ความรู้สึกเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนและธุรกิจในสหรัฐ “พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ในปีนี้ สะท้อนการ “กลับทิศ” จากแนวโน้มเชิงบวกที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2023
ผลสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ก่อนการประชุมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ และประธานาธิบดีจีนที่กรุงปักกิ่งเพียงหนึ่งสัปดาห์
ในปัจจุบัน “บริษัทจีนในสหรัฐ” ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงกฎเกณฑ์ที่จำกัดการถือครองโรงงาน และโครงการต่างๆ
นอกจากนี้ ยังต้องรับมือกับนโยบายภาษีทรัมป์อันผันผวน ซึ่งได้เพิ่มต้นทุนการนำเข้า และรบกวนห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ไม่มีบริษัทสมาชิกใดรายงานว่า ได้ย้ายฐานการผลิตในปีที่ผ่านมาเพื่อตอบโต้ภาษีที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ฝั่งปักกิ่งก็ยังคงควบคุมการไหลออกของเงินทุนอย่างเข้มงวด และเพิ่มการกำกับดูแลบริษัทจีนที่จดทะเบียนในต่างประเทศ รวมถึงออกมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญ และตรวจสอบการลงทุนในต่างประเทศอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบความมั่นคงของชาติ
รายงานระบุว่า “ท่ามกลางความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐ-จีน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความเชื่อมั่นของบริษัทจีนในสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ และมุมมองโดยรวมเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น”
เกือบ 75% ของบริษัทที่สำรวจ ระบุว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” ในการลงทุนใหม่ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2014
ขณะที่ 15% ลดการลงทุนลงในปีที่ผ่านมา และอีก 6% กำลังพิจารณา “ถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐทั้งหมด” เพิ่มขึ้นจาก 0% ในปีก่อนหน้า
การสำรวจจัดทำขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 หลังเหตุการณ์สหรัฐ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านไม่นาน และมีข่าวว่าการพบกันระหว่างทรัมป์ และสี จิ้นผิง จะถูกเลื่อนออกไป โดย CGCC ไม่ได้เปิดเผยจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมสำรวจ
ทั้งนี้ สมาชิกของ CGCC มีทั้งรัฐวิสาหกิจ เช่น Bank of China และ Sinopec รวมถึงบริษัทเอกชนอย่าง BYD และ Tencent Cloud
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


