รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวถึงเรือทั่วโลกว่า ‘ห้ามจ่าย’ ค่าผ่านทางให้แก่อิหร่านโดยเด็ดขาด ไม่ว่าผ่านเงินสด สินทรัพย์ดิจิทัล หรือช่องทางใดก็ตาม พร้อมขีดเส้นชัดว่า ทุกการชำระเงิน คือการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และต้องเผชิญ ‘บทลงโทษ’ ทันที
ท่ามกลางความพยายามของอิหร่านในการตั้งด่านและเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลทรัมป์ได้ออกคำเตือนไปยังเรือทั่วโลกว่า “การชำระเงินให้แก่อิหร่าน” เพื่อแลกกับการผ่านเส้นทางดังกล่าว ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ทั้งเงินสด สินทรัพย์ดิจิทัล การแลกเปลี่ยนนอกระบบ หรือแม้แต่การบริจาค ล้วนถือเป็นการ “ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ” ทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลทรัมป์ ยังประกาศคว่ำบาตร “บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราของอิหร่าน 3 แห่ง และท่าเทียบเรือน้ำมันในจีน” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทที่มีส่วนช่วย “ฟอกเงิน” มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงการแปลงรายได้จากการขายน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่ทำธุรกรรมด้วยเงินหยวนของจีน ให้เป็นสกุลเงินอื่นที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย อีกทั้งในแถลงการณ์แยกต่างหาก กระทรวงฯยังประกาศคว่ำบาตรบริษัท Qingdao Haiye Oil Terminal ซึ่งตั้งอยู่ในจีน โดย “จีน” ถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด
ด้านอิหร่านเตือนว่า จะใช้ “สมการและกฎใหม่ในการบริหารอ่าวเปอร์เซีย” และย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็น “แหล่งทำมาหากินของประชาชนอิหร่าน” ตามรายงานของ Islamic Republic of Iran Broadcasting ที่อ้างคำกล่าวของกองบัญชาการกองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม
ทั้งนี้ การพุ่งเป้าไปยัง “จีน” สะท้อนว่า การยกระดับแรงกดดันของวอชิงตันไม่ได้จำกัดอยู่แค่อิหร่าน แต่ขยายไปถึงประเทศหรือบริษัทที่ยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่านด้วย เพื่อลดทอนรายได้อิหร่าน และเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา
อ้างอิง: bloomberg


