ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังใส่ฟีเจอร์เอไอคล้ายๆ กันลงไปมากขึ้น เพื่อเอาตัวรอดจากสงครามราคายืดเยื้อในตลาดรถยนต์ใหญ่สุดของโลก
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ช่วงสองสามปีหลังการแข่งขันในตลาดยานยนต์จีนเปลี่ยนแปลงไปจากเพิ่มพิสัยการทำงานของแบตเตอรีไปเป็นการใช้ระบบช่วยขับ และใช้ชิปยานยนต์ทรงพลังมากขึ้น มาบัดนี้เหล่าผู้ผลิตกำลังเน้นไปที่การใส่ฟีเจอร์เอไอในรถ
Volcano Engine แพลตฟอร์มคลาวด์ของไบต์แดนซ์ ประกาศในงานปักกิ่งออโตโชว์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 เม.ย.) ว่าปัจจุบันรถยนต์กว่า 50 แบรนด์ใช้โมเดลเอไอเถาเป่าของไบต์แดนซ์ นั่นหมายความว่า โมเดลเถาเป่ามีอยู่ในรถยนต์ 145 รุ่นจำนวนกว่า 7 ล้านคัน และนอกเหนือจากยานยนต์ในประเทศ เอไอเถาเป่ายังถูกผสานเข้าไปในรถยนต์แบรนด์ต่างประเทศรุ่นใหม่ๆ เช่นMercedes-BenzGLC ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน, Audi E7X และ Volkswagen ID. ERA 9X
“เราจะใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้เร็วยิ่งขึ้น” เฟอร์มิน โซเนียรา ซีอีโอ Audi และSAIC Cooperation Project กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนงานออโตโชว์เขาชี้ให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์สามารถอัปเดตเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วจากระยะไกล หรือ “ผ่านระบบไร้สาย”แต่แม้จะมีลูกเล่นใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ผู้ผลิตยังต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านยอดขายเหมือนเดิม
“สถานการณ์จะยังคงยากลำบากต่อไป เพราะกำลังการผลิตยังมีอยู่” โซเนียรากล่าว “สงครามราคาครั้งนี้จะไม่จบลงในเดือนหน้าอย่างแน่นอน”
การเปลี่ยนไปสู่เอไอสะท้อนให้ถึงความต้องการของผู้บริโภคสำหรับคุณสมบัติการเชื่อมต่อต่างๆ เช่นอินเทอร์เฟซที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย หรือผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงอย่างเถาเป่า
ถึงขณะนี้เถาเป่าของไบต์แดนซ์เป็นแชตบอตเอไอที่ใช้กันกว้างขวางที่สุดในจีน นับถึงต้นปีนี้มีผู้ใช้งานสม่ำเสมอสัปดาห์ละกว่า 155 ล้านคน ที่บูธในงานปักกิ่งออโตโชว์Volcano Engine สาธิตระบบเอไอในรถทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ
สตีเฟน ดายเออร์ หุ้นส่วนกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายยานยนต์เอเชียและที่ปรึกษาอุตสาหกรรมของ AlixPartners กล่าวว่า สงครามราคาได้เปลี่ยนมาเป็นสงครามฟีเจอร์ในเทคโนโลยีการขับไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่ว่า ยิ่งเทคโนโลยีคล้ายกันเท่าใด บริษัทก็หาความโดดเด่นได้ยากเท่านั้น ตามข้อมูลของ AlixPartners ในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าขายดีสุดในจีน 20 รุ่นแรก ขายกันอยู่ในราคา 100,000 หยวนขึ้นไป ต่างมีฟังก์ชันช่วยขับหรือความบันเทิงในรถคล้ายคลึงกัน
ในประเด็นนี้ดายเออร์กล่าวว่า “ด้วยเทคโนโลยีพวกเขาจะแข่งขันกันดุเดือดต่อไปเพราะมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คุณไม่สามารถเก็บเทคโนโลยีที่แตกต่างไว้ได้นาน”
ในทางกลับกันเขาคาดว่าบริษัทจีนจะหันมาแข่งขันกันด้าน “ประสบการณ์นอกรถ” มากขึ้น เหมือนกับที่แบรนด์หรูมอบไลฟ์สไตล์สุดพิเศษให้ ตัวอย่างเช่น แบรนด์จีน Nio มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และคลับเฮาส์ เพิ่มเติมจากรถยนต์ที่ใช้วัสดุภายในระดับพรีเมียม
บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนรายนี้ประสบปัญหาเรื่องต้นทุนในการนำเสนอคุณสมบัติพิเศษต่างๆ และตลาดเติบโตช้าลง แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Nio อ้างว่า ES8 เป็นรถยนต์รุ่นแรกในกลุ่มราคา 400,000 หยวนขึ้นไป ที่มียอดขาย 100,000 คันภายในเวลาเพียง 215 วัน
อาลีบาบาก็ประกาศในวันเดียวกันว่า หลายแบรนด์นำโมเดลเอไอ Qwen ไปใช้ในรถ เช่น บีวายดี และบริษัทร่วมทุนจีนของโฟล์คสวาเกน ระบบนี้เปิดทางให้คนขับสั่งอาหาร จองโรงแรม ซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวและติดตามแพ็กเกจต่างๆ ได้รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ ผ่านการสั่งการด้วยเสียง
โมเดลนี้จะทำงานกับระบบชิปยานยนต์ของเอ็นวิเดีย ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้แม้การเชื่อมต่อเครือข่ายจำกัด
ด้าน ตู่เล่อ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา ซิโนออโตอินไซต์ กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า สุดท้ายแล้ว เอไอควรทำงานเบื้องหลังเพื่อสนับสนุนประสบการณ์ผู้ใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นฟีเจอร์ของรถ และแม้จะเป็นการยากที่ผู้ผลิตจะโดดเด่นในจีนได้ พวกเขาก็อาจแข่งกับคู่แข่งต่างชาติได้ดียิ่งขึ้น
“สิ่งที่เรามองว่าเป็นคุณสมบัติพื้นๆ ที่ต้องมีอยู่แล้วในตลาดแมสของจีน ก็อาจเป็นที่คาดหวังในตลาดตะวันตกไม่ช้าก็เร็ว" เล่อให้ความเห็น


