‘ทองคำ’ สินทรัพย์ที่โลกยึดเป็น ‘ที่หลบภัย’ ในยามวิกฤติ อาจไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คิด เมื่อการสืบสวนของ The New York Times เผยให้เห็นว่า เบื้องหลังความแวววาวนั้นเชื่อมโยงไปถึงเหมืองผิดกฎหมายในแอฟริกาและอเมซอน ไปจนถึงเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลก และน่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ทองคำ ‘บางส่วน’ ในรัฐบาลสหรัฐเอง ก็มีต้นทางมาจากเส้นทางสีเทาเหล่านี้
“ทองคำ” โลหะสีทองที่ถูกยกให้เป็น “ที่หลบภัย” ของโลกในยามวิกฤติ ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เก็บรักษามูลค่าได้อย่างดี แต่เบื้องหลังของความแวววาวนั้น “อาจไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็น”
“จัสติน เช็ค” นักข่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ได้ถ่ายทอด “มุมมืด” ของเหมืองทองคำว่า ในพื้นที่ห่างไกลของแอฟริกาและลุ่มน้ำอเมซอน “เหมืองทองผิดกฎหมาย” กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ป่าไม้ถูกโค่น แม่น้ำปนเปื้อนไปด้วยสารปรอท ชุมชนท้องถิ่นถูกบีบให้เลือกระหว่างความยากจน กับการเข้าไปอยู่ในระบบขุดทองที่ควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธ รายได้จากทองคำไม่ได้ไหลไปสู่การพัฒนา แต่กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงของเครือข่ายอาชญากรรม ตั้งแต่แก๊งค้ายาไปจนถึงกลุ่มติดอาวุธที่ใช้เงินเหล่านี้ซื้ออาวุธและขยายอิทธิพล
สิ่งที่น่าตกใจอย่างคาดไม่ถึงคือ แม้แต่ทองคำของรัฐบาลสหรัฐ “บางส่วน” ก็มีต้นทางมาจากแก๊งค้ายาและองค์กรอาชญากรรมระดับโลกด้วย
คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า “ทองคำปลอดภัยหรือไม่” แต่เป็นอีกมุมหนึ่งที่ชวนให้ลองมอง เพราะในกระบวนการทำเหมืองทองคำนั้น อาจมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่เห็น
‘ทองคำอเมริกัน’ ที่ไม่ใช่ของอเมริกันแท้
ในสหรัฐ หน่วยงานอย่างโรงกษาปณ์สหรัฐ (U.S. Mint) ถูกกำหนดโดยกฎหมายให้ใช้ “ทองคำจากในประเทศเท่านั้น” ซึ่งดูเหมือนเป็นระบบที่ “ปิดสนิท” ต่อทองคำผิดกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ทองคำนั้นผ่านมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ และไม่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มีความเสี่ยง
แต่เมื่อผู้สื่อข่าวของเดอะนิวยอร์กไทมส์ตรวจสอบรายชื่อซัพพลายเออร์ทอง กลับพบความจริงที่น่าตกใจ บริษัทเหล่านี้นำเข้าทองคำจากต่างประเทศ “เป็นตัน” ก่อนนำไปหลอมรวมกับทองคำจากสหรัฐ แล้วขายต่อให้โรงกษาปณ์สหรัฐ
เมื่อทองคำหลายแหล่งถูกผสมเข้าด้วยกัน เส้นแบ่งของ “ที่มา” ก็เริ่มเลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ
สุดท้ายแล้ว ทองคำเหล่านั้นก็ถูกนับว่าเป็น “ทองคำอเมริกัน” อย่างถูกกฎหมาย
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้บริหารของโรงกษาปณ์สหรัฐใช้ “ตรรกะบิดเบี้ยว” เพื่อเรียกทองคำจากต่างประเทศว่าเป็นทองคำอเมริกัน พวกเขาซื้อทองคำที่มีต้นทางจากคองโก จากร้านรับจำนำในเม็กซิโก และผ่านนายหน้าจากอเมริกาใต้ โดยรายงานของหน่วยตรวจสอบภาครัฐในปี 2024 ระบุว่า โรงกษาปณ์ได้หยุดสอบถามซัพพลายเออร์เกี่ยวกับแหล่งที่มาของทองคำมานานกว่า 20 ปีแล้ว
ตามรอยทองคำ สู่ดินแดนของแก๊งค้ายา
การสืบสวนไม่ได้หยุดแค่เอกสาร ผู้สื่อข่าวจัสติน เช็คเดินทางไปถึงเมือง Caucasia ในโคลอมเบีย เมืองเหมืองทองที่กำลังเฟื่องฟู แต่ถูกควบคุมโดย “Clan del Golfo” กลุ่มติดอาวุธที่สหรัฐจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย กลุ่มนี้ค้าทั้งยาเสพติดและทองคำ และใช้ความรุนแรงเพื่อยึดครองพื้นที่ของตนไว้
- แก๊ง Clan del Golfo กองกำลังติดอาวุธในโคลอมเบีย (ภาพ: ideaspaz) -
ที่นี่ ทองคำไม่ได้เป็นเพียงแร่มีค่า แต่มันคือ “สกุลเงินของอาชญากรรม” โดยเหมืองจำนวนมากถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธ คนงานต้องจ่ายค่าคุ้มครองเพื่อขุดทอง และทองคำที่ได้จะถูกขายต่อผ่านพ่อค้าคนกลาง ก่อนถูกส่งออกไปยัง “รัฐเท็กซัส” ของสหรัฐต่อไป
เส้นทางของมันจบลงที่ “โรงหลอม” ที่ซึ่ง “ประวัติศาสตร์ของทองคำ” ถูกลบออกไปทั้งหมด
ความรับผิดชอบที่ถูกผลักไปมา
เมื่อข้อเท็จจริงถูกเปิดเผย ทุกฝ่ายต่างมีคำตอบของตัวเอง โดยโรงกษาปณ์สหรัฐ “โยนความรับผิดชอบ” ไปที่ซัพพลายเออร์ ขณะที่ซัพพลายเออร์โทษพ่อค้าคนกลาง และพ่อค้าคนกลางโทษเครือข่ายต่างประเทศ จนสุดท้ายแล้ว ไม่มีใคร “รับผิด” อย่างแท้จริง
ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งกำกับดูแลโรงกษาปณ์ ยังยืนยันว่า ไม่มีปัญหาเชิงระบบใด ๆ และแนวปฏิบัติในการซื้อทองคำจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตเหรียญเพื่อการลงทุนนั้น ไม่ได้ละเมิดกฎหมาย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงกษาปณ์ใช้คำนิยาม “ทองคำจากสหรัฐ” แบบยืดหยุ่น โดยถือว่าทองคำจากต่างประเทศสามารถนับเป็นทองคำสหรัฐได้ หากถูกส่งให้โรงกษาปณ์โดยบริษัทที่ได้ซื้อทองคำจากสหรัฐในปริมาณเทียบเท่ามาชดเชย อย่างไรก็ตาม รายงานของหน่วยตรวจสอบภาครัฐในปี 2024 ระบุว่า โรงกษาปณ์ได้หยุดบังคับใช้เงื่อนไขดังกล่าวมานานกว่า 20 ปีแล้ว
หลังจากประเด็นอื้อฉาวของแหล่งที่มาทองคำนี้ออกสู่สาธารณะ โฆษกของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อทองคำของโรงกษาปณ์ และได้ปรับมาตรฐานการจัดหาทองคำให้เข้มงวดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศสหรัฐจะเป็น “แหล่งที่มาหลัก” ของทองคำที่โรงกษาปณ์ซื้อไปใช้
ท้ายที่สุด กรณีของทองคำ อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโลหะมีค่า แต่มี “ที่มา” และ “เส้นทาง” ที่ซับซ้อนมาก เพราะเมื่อห่วงโซ่อุปทานยิ่งซับซ้อน เส้นแบ่งระหว่าง “ถูกกฎหมาย” กับ “โปร่งใส” ก็ยิ่งเลือนราง ซึ่งแม้ในเอกสารจะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกอย่างจะสะอาดหรือโปร่งใส
อ้างอิง: nytimes, embassy, bbc


