ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจภูมิภาคลงสู่ระดับ 4.7% ในปีนี้ และ 4.8% ในปีหน้า จากเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 5.1% สำหรับทั้งสองปี เนื่องจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
ADB ยังปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ของเอเชียและแปซิฟิกเป็น 5.2% ในปี 2026 ซึ่งสูงขึ้นมากจากประมาณการเดิมที่ 3.6%
มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุว่า การปรับลดครั้งนี้ถือเป็น “การปรับลงอย่างมีนัยสำคัญ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสงครามได้ผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ทำให้ภาวะการเงินตึงตัว และกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค
“เรากำลังเผชิญกับความปั่นป่วนเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อในเครือข่ายพลังงานและการค้าโลก ไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว” ประธาน ADB ระบุในแถลงการณ์
ภาวะช็อกดันต้นทุนพุ่ง
รายงานระบุว่า การหยุดชะงักของการขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับรุนแรง ทำให้เกิด “ภาวะขาดแคลนจริง” ไม่ใช่เพียงราคาที่สูงขึ้น โดยต้นทุนขนส่งและประกันภัยพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเชิงโครงสร้าง และกดดันต้นทุนเศรษฐกิจในวงกว้าง
แรงกระแทกดังกล่าวเริ่มส่งผ่านถึงผู้บริโภคในเอเชียแล้ว โดยราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินปรับขึ้นแรงในหลายประเทศ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เงินเฟ้อด้านพลังงานพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมีนาคม และมีความเสี่ยงจะลุกลามไปยังต้นทุนขนส่ง การผลิต และราคาสินค้าอาหารในระยะถัดไป
สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย รายงานชี้ว่าผลกระทบจะเกิดผ่าน “ต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่ง-ปุ๋ย” ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยราคาปุ๋ยโลกที่พุ่งขึ้นจากต้นทุนก๊าซและการนำเข้าจากตะวันออกกลาง อาจส่งผ่านไปยังราคาอาหารในช่วง 10-12 เดือนข้างหน้า กดดันค่าครองชีพและกำลังซื้อในประเทศ
ในเชิงนโยบาย หลายประเทศในภูมิภาคต่างใช้มาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน ลดภาษีสรรพสามิต และควบคุมราคาเพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้น แต่ ADB เตือนว่ามาตรการดังกล่าวมีต้นทุนทางการคลังสูง และอาจบิดเบือนสัญญาณราคาในระบบเศรษฐกิจ
ADB แนะนำให้รัฐบาลหันไปใช้มาตรการ “ช่วยเหลือแบบเจาะจง” เช่น การโอนเงินให้กลุ่มเปราะบาง หรือสนับสนุนค่าพลังงานบางส่วน เพื่อรักษาวินัยการคลัง ขณะที่ธนาคารกลาง ควรระวังการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเร็วเกินไป และติดตามความคาดหวังเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
กรณีเลวร้ายจีดีพีอาจดิ่งหนัก เงินเฟ้อพุ่ง 7%
ก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงสู่ระดับ 3.1% จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน
ADB เตือนด้วยว่า "ในกรณีเลวร้าย" หากความขัดแย้งยกระดับขึ้น อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในเดือนพฤษภาคมและทรงตัวในระดับสูง การเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกอาจชะลอตัวลงเหลือ 4.2% ในปีนี้ และ 4.0% ในปี 2027 ขณะที่เงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นถึง 7.4% ในปีนี้


