วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 121 ดอลลาร์! รับข่าวสหรัฐเตรียมสรุปแผนจัดการอิหร่าน

น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 121 ดอลลาร์! รับข่าวสหรัฐเตรียมสรุปแผนจัดการอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะลุ 121 ดอลลาร์แล้ว พุ่งต่อเนื่องกว่า 3% วันนี้ หลังมีรายงานกองทัพสหรัฐเตรียมสรุปแผนจัดการอิหร่านต่อ 'ทรัมป์'

CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องในวันนี้ (30 เม.ย. 69) โดยสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ไปแตะ 121.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสฯ  (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2% ไปอยู่ที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมัน ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันนี้หลังมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐเตรียมบรรยายสรุปต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการ "ดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน" ซึ่งจุดกระแสความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจกลับมาปะทุอีกครั้ง ต่อเนื่องจากมาตรการปิดกั้นการส่งออกของอิหร่าน

สำนักข่าว Axios รายงานอ้างแหล่งข่าว 2 รายที่เกี่ยวข้องว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (U.S. Central Command) เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารที่เป็นไปได้ในอิหร่านต่อทรัมป์

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของเตหะรานในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าการปิดล้อมทางเรือจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงนิวเคลียร์ในวงกว้าง

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในวันนี้ ยังมีขึ้นต่อเนื่องจากที่ปิดตลาดในสหรัฐเมื่อวันพุธที่ 29 เม.ย. ซึ่งน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นราว 6% ในวันพุธ และ WTI เพิ่มขึ้น 7% หลัง The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ทรัมป์ได้สั่งให้ทีมงานเตรียมการสำหรับการปิดล้อมอิหร่านในระยะยาว และทรัมป์ยังส่งสัญญาณข่มขู่อิหร่านผ่านโพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันพุธว่า “พวกเขาควรรีบปรับตัวโดยเร็ว!”

“อิหร่านยังจัดการสถานการณ์ของตัวเองไม่ได้ พวกเขาไม่รู้จะลงนามข้อตกลงที่ไม่เกี่ยวกับนิวเคลียร์อย่างไร พวกเขาควรรีบปรับตัวโดยเร็ว!” ทรัมป์โพสต์โดยแนบภาพที่สร้างด้วย AI เป็นรูปทรัมป์ถือปืน มีฉากหลังเป็นระเบิด พร้อมข้อความว่า “NO MORE MR. NICE GUY!”

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่ออุปทาน

นักวิเคราะห์ของธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังชะงักงัน และการปิดล้อมของสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป ทำให้ภาวะอุปทานตึงตัวมากขึ้น

ธนาคารระบุด้วยว่า การส่งออกของอิหร่านที่ถูกจำกัดและความสามารถในการจัดเก็บที่มีอยู่จำกัด อาจทำให้การหยุดชะงักด้านอุปทานรุนแรงขึ้นหากการปิดล้อมยืดเยื้อ อย่างไรก็ดี การเพิ่มกำลังการผลิตของ "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" (UAE) หลังถอนตัวจากกลุ่มโอเปก มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง มากกว่าจะชดเชยภาวะตึงตัวในระยะสั้น

โกลด์แมน แซคส์ ยังเตือนถึงความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่เริ่มปรากฏ โดยระบุว่าการใช้น้ำมันทั่วโลกในเดือนเม.ย. อาจลดลงราว 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. โดยความอ่อนแอเกิดขึ้นชัดเจนในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินและวัตถุดิบปิโตรเคมี


ที่มา: CNBC