วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2569

Login
Login

จีน ‘ยกเลิกภาษี’ 53 ชาติแอฟริกา สวนทางทรัมป์ตั้งกำแพงการค้า

จีน ‘ยกเลิกภาษี’ 53 ชาติแอฟริกา สวนทางทรัมป์ตั้งกำแพงการค้า

จีนเดินเกม ‘การค้าเพื่ออิทธิพล’ ครั้งใหญ่ เปิดทางนำเข้าสินค้าจาก 53 ประเทศในแอฟริกา ‘แบบปลอดภาษี’ สวนทางสหรัฐที่หันไปตั้งกำแพงภาษีมากขึ้น นี่ไม่เพียงช่วยปักกิ่งล็อกแหล่งวัตถุดิบสำคัญตั้งแต่น้ำมันจนถึงแร่หายาก แต่ยังผูกเศรษฐกิจแอฟริกาเข้ากับจีนอย่างเป็นระบบ

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า “จีน” เตรียมเปิดทางให้นำเข้าสินค้า จาก 53 ประเทศในแอฟริกาแบบ “ปลอดภาษี” โดยทยอยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สวนทางกับสหรัฐที่กำลังหันไปสู่แนวทาง “กีดกันทางการค้า” และยังช่วยให้ปักกิ่งมีแหล่งวัตถุดิบที่มั่นคงมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ จีนได้ยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับ 33 ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในแอฟริกามาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 และจะขยายมาตรการดังกล่าวไปยังอีก 20 ประเทศ โดยมีกำหนดดำเนินการต่อเนื่องจนถึงเดือนเมษายน 2028

มาตรการสิทธิพิเศษนี้ จะครอบคลุมเกือบทุกประเทศในแอฟริกา รวมถึงเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างไนจีเรียและแอฟริกาใต้ โดยมีเพียงเอสวาตินีเท่านั้นที่ถูกยกเว้น เนื่องจากยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน

จีน ประกาศนโยบายยกเลิกภาษีครั้งแรกในการประชุมร่วมกับ 53 ประเทศแอฟริกา ที่มณฑลหูหนาน เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า “การเก็บภาษีเป็นศูนย์” จะช่วย “สร้างโอกาสการพัฒนาให้กับประเทศในแอฟริกา”

การขยายการนำเข้าจากแอฟริกา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุดมด้วยทรัพยากร จะเป็นประโยชน์ต่อจีนอย่างมาก โดยจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่จากแองโกลา ซึ่งคิดเป็น 5% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมดในเดือนมีนาคม ขณะที่นามิเบียเป็นแหล่งแร่หายาก เช่น ดิสโพรเซียม

คิทูเร คินดิกิ รองประธานาธิบดีเคนยา และหาน เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน เข้าร่วมพิธีปล่อยขบวนสินค้าปลอดภาษีเที่ยวแรกเมื่อเดือนมีนาคม ที่สถานีรถไฟในกรุงไนโรบี โดยขบวนรถไฟบรรทุกอะโวคาโด กาแฟ และถั่ว ไปยังเมืองท่ามอมบาซา ก่อนส่งออกต่อไปยังจีน

คินดิกิ ระบุว่า นโยบายปลอดภาษีจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ค้า และบริษัทส่งออกของเราหลายล้านราย พร้อมกล่าวว่า หนทางที่แน่นอนที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งคือการค้า

ด้านจอห์น มาฮามา ประธานาธิบดีกานากล่าวว่า การยกเลิกภาษีจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้ามูลค่าสูงของกานา เช่น โกโก้และสิ่งทอ

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานที่ยังด้อยพัฒนาในหลายประเทศแอฟริกา ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายการส่งออกจริง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เร่งลงทุนในโครงการ Belt and Road Initiative ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมแอฟริกา โดยปีที่ผ่านมา โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนและสัญญาก่อสร้างรวม 213,000 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Griffith University และ Fudan University ซึ่ง “แอฟริกา” เป็นภูมิภาคที่ได้รับเงินลงทุนมากที่สุด

โมฮาเหม็ด ชาดี นักวิเคราะห์จาก AI Habtoor Research Centre ระบุว่า เป้าหมายของจีนคือการผนวกเศรษฐกิจแอฟริกาเข้ากับโครงสร้างเศรษฐกิจของตน และลดทอนนโยบายสกัดกั้นของชาติตะวันตก

นโยบายปลอดภาษี ยังเชื่อมโยงกับปัญหาดุลการค้าระหว่างจีนกับแอฟริกา โดยในปี 2025 จีนเกินดุลการค้ากับแอฟริกาถึง 102,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 60% จากปี 2024

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า ดุลการค้าดังกล่าวจะลดลงได้จริงหรือไม่ เนื่องจากจีนยังคงเพิ่มการส่งออกสินค้าไปยังแอฟริกา โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน เช่น อุปกรณ์พลังงานลมและแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับการระบายสินค้าส่วนเกินจากกำลังการผลิตภายในประเทศ

อ้างอิง: nikkei