คณะกรรมการนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ในการประชุมวันนี้ (28 เม.ย.69) ซึ่งสอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์กว่า 80% จาก 51 คนที่สำรวจโดยบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติที่ 6 ต่อ 3 เสียง ถือเป็นการเกิดความเห็นต่างครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ นายคาซูโอะ อุเอดะ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ BOJ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในการเริ่มคุมเข้มนโยบายการเงิน
ปรับเพิ่มคาดการณ์ "เงินเฟ้อ" - หั่นเป้า "จีดีพี"
ในรายงานแนวโน้มรายไตรมาส คณะกรรมการ BOJ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) สำหรับปีงบประมาณนี้ขึ้นสู่ระดับ 2.8% ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกันได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลงเหลือเพียง 0.5% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1%
BOJ เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังพัฒนาการในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำลายความเชื่อมั่นของตลาดที่เคยมองว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เลื่อนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยออกไปเป็นเดือนมิ.ย. แทน
จับตา "เงินเยน" อ่อนค่า เสี่ยงถูกแทรกแซง
ภายหลังการประกาศมติ อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 159.22 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับจุดที่รัฐบาลญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ ผลสำรวจระบุว่า 2 ใน 3 ของผู้สังเกตการณ์ BOJ มองว่ามีความเสี่ยงที่กระทรวงการคลัง จะเข้าแทรกแซงค่าเงิน หาก BOJ ยังคงท่าทีนิ่งเฉยในการประชุมครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตามองถ้อยแถลงของผู้ว่าการอุเอดะในช่วงบ่ายวันนี้ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อหา "คำใบ้" เกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนเม.ย.2567 ความเห็นของเขาที่ถูกมองว่าเป็น "สายพิราบ" (Dovish) เคยส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การแทรกแซงในอีกไม่กี่วันต่อมา
อ้างอิง: Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


